เมื่อผมกลายเป็นสาวก AKG [ภาค 1 - AKG K 450]

ความเดิมหลังจากที่ผมไปถอยเจ้า IRIVER E50 มาใช้ แล้วพอว่า มันไม่แมชกับหูฟังเดิมๆ ที่ผมใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น Sennheiser MX500,HD202,PMX40  (Senn ล้วนๆ เลยแฮะ) หรือแม้แต่ Asaki EX088 ที่ผมซื้อมาฟังเล่นขำๆ ก็ตาม จากที่ผมลองฟังเสียงเจ้า E50 ผมว่ามันให้เสียงสไตล์เครื่องเสียงญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นหูฟังที่น่าจะเข้ากับมันได้ดีน่าจะเป็นหูฟังที่ให้เสียงแนวเครื่องเสียงอังกฤษ คือออกโทนอุ่น เรียบแฟลท เปิดโปร่ง รายละเอียดดี เนื้อเสียงกลางเด่น อะไรจำพวกนั้น

แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ใช้ทฤษฏีพวกนั้น ไม่ได้ใช้แม้แต่การลองฟังเสียง แต่ไปใช้อารมณ์ เอากิเลสตัวเองนำล้วนๆ (อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ จะซื้อเครื่องเสียงต้องลองฟังก่อนนะจ้ะ)

 

วันหนึ่งผมก็แวะเข้าไปในเวปเฮียมั่นคงตามปกติ ก็ได้เห็นรูปสินค้าใหม่ของแก โฆษณาว่าเป็นแจ้คผู้ฆ่ายักษ์ อ่านเนื้อความแล้วว่าเป็นหูฟังแบบพกพาขนาดเขื่องรุ่นใหม่ของ AKG ที่เฮียแกเพิ่งนำเข้ามาขาย โดยเฉพาะเจ้าน้องเล็ก K420 ที่ทั้งรีวิว ทั้งเสียงร่ำลือจากผู้ใช้มาเป็นเสียงเดียวกันว่าแจ่มจริง คุ้มเกินค่าตัว เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าเสียสตางค์เพื่อนำมาเป็นเจ้าของอย่างยิ่ง ผมเข้าไปดูก็ว่ามันสวยใช้ได้เแหละครับ หูฟังสีน้ำเงินครามที่พับเก็บได้ตัวนั้น ราคาก็ไม่แพงด้วย แค่สองพันกลางๆ เอง แต่พอผมไปเห็นเจ้า K 450 พี่ใหญ่ของตระกูล K4X0 เข้าเท่านั้น (จริงๆ มีใหญ่กว่านี้ครับ แต่เป็นรุ่นตัดเสียงรบกวน หน้าตาเหมือนกัน) ผมก็ลืม K420 ไปในทันที "หูฟังอะไรฟะ สวยโคตร" ผมนึกในใจ ดีไซน์เท่ห์ไม่มีที่ติ พับเก็บได้ ใช้วัสดุเยี่ยม แถมถอดสายได้และให้กล่องใส่อย่างดีมาอีก

แต่ความฝันของผมก็จบลงพอรู้ราคามัน "ห้าพันกว่า!!" สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งเข้ามาสู่แวดวงนี้ เงินห้าพันกว่าบาทกับหูฟังอันเดียวดูจะเป็นเรื่องเกินเหตุไปหน่อย ถึงจะ First Impression ยังไงก็ตามทีเถอะ ผมเลยพยายามตัดใจจากมัน ไปหาหูฟังถูกๆ ในเวปโอเวอร์คล็อกฟังแทนครับ

เหมือนบุพเพสันนิวาส ในเวปโอเวอร์คลอคโซน มีกระทู้หนึ่งตั้งขายหูฟังรุ่นนี้ เป็นของหิ้ว เจ้าของยืนยันว่าแท้ เพราะทำงานด้านดนตรี มีคอนเนคชั่นกับทาง AKG เลยเอาเข้ามาได้ถูก ราคาที่ผมทราบคือสามพันกลางๆ ถูกกว่าของนำเข้ากว่าพันห้า !! แต่ไม่มีประกัน (เราต้องแบกรับความเสี่ยงนี้เอง แต่ผมก็ยอมเสี่ยงเพราะรู้จักคุณภาพงานผลิตของเยอรมันดี ก็เจ้าหูฟัง Sennheiser 4-5 ตัวที่บ้านผม ใช้มา 4-5 ปี ก็ยังไม่เสียสักตัวเลยนี่นา ทั้งๆ ที่ใช้งานสมบุกสมบันขนาดนั้น ในขณะที่หูฟังญี่ปุ่นโซX ผม เจ๊งไปหลายตัวแล้วหลังจากที่ใช้ได้แค่ปีสองปี) ผมเลยตัดสินใจโทรไปหาแก นัดรับของกันที่ห้างแถวลาดพร้าว แกเป็นพอค้ามือใหม่(ชื่อคุณบอย) ท่าทางสุภาพ อัธยาศัยดี งานหลักเป็นนักดนตรีวงดนตรีดังวงหนึ่งในอดีต(ที่เอ่ยชื่อมาคนรุ่นผมใครก็รู้จัก) มาขายหูฟังหารายได้พิเศษในโอเวอร์คลอกโซนไม่นานนัก พอดีกล่องที่ผมได้มามีรอยยับนิดหน่อยจากการขนส่ง แกเลยลดให้เป็นพิเศษ ดูจากสกรีนกล่อง และของข้างในอย่างละเอียด ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นของแท้ เพราะงานเนียนมาก สกรีนตัวหนังสือคมกริบ งานผลิตดูไม่เหมือนของเลียนแบบเลยสักนิด หลังจากลองฟังเสียง(ว่าดังสองข้างไหม) ผมก็จ่ายเงินแล้วรับของกลับมาครับ (จะบอกว่าหูฟังรุ่นนี้ความไวสูงมาก ผมต่อกับหูแถม ตั้งค่าความดังไว้ที่ 25 เป็นค่าปกติ พอต่อเจ้านี่เข้าไป ลดความดังแทบไม่ทันเลยครับ หูฟังใหญ่อะไรฟะ ความไวสูงกว่าหูแถมอีก)

หลังจากที่เอามาผมก็รีบแกะออกมาเชยชมตามประสาคนบ้าเห่อ ^^ ในบรรดาหูฟังที่ผมเคยเป็นเจ้าของมา เจ้าตัวนี้สวยที่สุดครับ งานดีไซน์ งานผลิต วัสดุ ไม่มีที่ติเลย แถมเบา ใส่สบายอีกตะหาก ฟองน้ำหุ้มหูฟังก็ใช้หนังแท้อย่างดีหุ้ม แถมบุหนังด้านบนไว้ให้ใส่คาดหัวสบายด้วย โครงสร้างแข็งแรงมาก เป็นพลาสติกเนื้อดี เหนียวและแข็ง แถมตรงแกนกลางสายคาด ใส่แผ่นสแตนเลสค้ำไว้กันหักด้วย สายหูฟังมีข้างเดียวทำให้ไม่เกะกะ เป็นสายแบบถอดได้ (หัว 2.5 mm แบบพิเศษมีเขี้ยวล็อค) กระเป๋าใส่ทำเป็น Hard Case อย่างดี มีช่องเก็บสายด้วย แค่ตัว Product กับของแถม ผมก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ ที่เหลือก็อยู่ที่เสียงนี่แหละว่าจะเข้ากับ E50 ผมได้มากน้อยแค่ไหน

 

ครั้งแรกที่ฟัง ผมรู้สึกว่าหูฟังตัวนี้เสียงดี ถึงแม้จะยังไม่ได้เบิร์นก็เถอะ เป็นหูฟังที่ให้เสียงนุ่มนวล ผ่อนคลาย ฟังสบายมาก เสียงแหลมไม่มีขึ้นสูงปรี้ดหรือติดหยาบบาดหู โทนเสียงโดยรวมๆ ตอนแรกจะออกอึมครึมสักนิด ซาวด์สเตจไม่กว้างมาก แต่ก็ไม่ได้อึดอัดอะไร (คงเพราะเป็นหูฟังแบบปิดด้วยละครับ) เป็นหูฟังที่เน้นบรรยากาศ ทุกชิ้นดนตรีเหมือนมีมวลเสียงปกคลุม ขนาดชิ้นดนตรีใหญ่กว่าหูฟังแบบยัดหูทั่วไปแบบรู้สึกได้ คือพูดง่ายๆ ว่าเสียงออก Dark นั่นแหละครับ (สไตล์ Sennheiser นั่นแหละ แต่ไม่หนักเท่า) ดีที่เสียงกลางไม่จม ถือเป็นหูฟังที่ให้เสียงกลางดีทีเดียวครับ กลางมีเนื้อเสียงเข้มข้น และฟังสบายไม่รุกเร้า เสียงเบสยังคงหนาและบวมเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าลงลึกทีเดียวครับ อิมเมจชัดเจนดีทีเดียว ที่สำคัญ เสียงมันเข้ากับ E50 ได้ดีเอามากๆ เลยนี่แหละ พอฟังผมก็สบายใจว่าไม่เสียงินฟรีแน่นอนแล้ว ^^

เพื่อไม่ให้เยิ่นเย้อ (นี่ก็ยืดมาไกลแล้ว -*-) ตัดไปหลังเบิร์น 100 ช.ม. เลยละกัน K450 เป็นหูฟังที่ต้องเบิร์นนานครับ เสียงก่อนเบิร์นกับหลังเบิร์นต่างกันมากทีเดียว (ต่างกับ K420 ที่เขาว่าเสียงก่อนหลังไม่ต่างกันเท่าไหร่) หลังเบิร์นนี่ เสียงอึมครึมหายไปครับ ซาวด์สเตจโปร่งขึ้นมาก แต่ก็ยังมีมวลบรรยากาศปกคลุมเวทีเสียงและเครื่องดนตรีต่างๆ อยู่ ทำให้เสียงไม่บางครับ กลับกันทำให้เสียงนั้นไม่แห้ง น่าฟังยิ่งขึ้น เสียงยังคงเป็นโทนอุ่น เสียงกลางเด่น นุ่มกังวาล ละเมียดละไม เนื้อเสียงน่าฟังมาก(เนื่องจากมีบรรยากาศปกคลุมนี่แหละ) เก็บรายละเอียด Texture ของเสียงได้ชัดเจน เสียงแหลมเปิดและลากไปได้สุดปลายเสียงโดยที่ไม่มีคำว่าบาดหู  มีเสียงกรุ้งกริ้งให้ได้ยินบ้างเหมือนกัน รายละเอียดเสียงถือว่าทำได้ดีครับ แม้จะไม่มากเท่าพวกยัดหูก็ตาม(แต่บรรยากาศและซาวด์สเตจทำได้ดีกว่ามากครับ) เสียงทุ้มลงได้ลึกและมีเนื้อเสียงดีครับ (คือมีมาทั้งหัวเบสและตัวเบส แถมยังไม่เบลอด้วย) นุ่มนวล หนักแน่น และไม่กลบเสียงกลางแหลม ฟังกับพวกเพลงร้อง เพลงบรรเลง เสียงเป่า เครื่องสี ถือว่าเข้าทางทีเดียว(เสียงแซกได้อารมณ์มาก) พวกเครื่องดีดหรือเปียโนก็ทำได้ดีครับ เหมาะกับดนตรีพวกผ่อนคลาย หรือพวกที่เน้นสร้างบรรยากาศอย่างพวกนิวเอจ คลาสสิค เวิล์ดมิวสิค แนวอื่นๆ ก็ถือว่าไปกันได้ครับ ด้วยความที่มันเป็นหูฟังที่มีโทนัลบาล้านซ์ดีมาก และให้ความเป็นดนตรีสูงนี่แหละ  อ้อ เรื่องอิมเมจกับซาวด์สเตจก็ทำได้ดีครับ แม้ซาวด์สเตจจะไม่กว้างเท่าหูแบบเปิดที่เด่นด้านนี้ แต่ในบรรดาหูปิดด้วยกัน ถือว่าไม่เป็นรองใครครับ สร้างรูปวงได้ชัดเจน มีบรรยากาศล้อมรอบ และตรึงอิมเมจได้ชัดเจนเป็นเลเยอร์ไม่ซ้อนทับกันครับ

สรุปเลยละกัน 

ข้อดี

- งานดีไซน์ งานผลิต วัสดุเป็นเลิศครับ คือดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าไม่ไช่หูฟังราคาแค่พันสองพันล่ะ (พลิกไปพลิกมา ยังหาที่ติไม่ได้เลย)

- เหมาะแก่การพกพา เพราะเป็นหูปิด เสียงไม่ลอดออกไปข้างนอก แถมยังเบา ใส่สบายด้วย ดีไซน์สุดเท่ห์ทำให้ไม่อายเวลาใส่ไปไหนมาไหนข้างนอกบ้าน

- ให้คุณภาพเสียงดีไม่แพ้งานผลิตครับ เหมาะสำหรับฟังเพื่อผ่อนคลาย สุ้มเสียงนุ่มนวลน่าฟัง โทนัลบาลานซ์ดี ให้ความเป็นดนตรีสูง เหมือนลำโพงอังกฤษชั้นดีราคาหลักหมื่น แต่จะฟังเอาเรื่องราวเอาราวเป็นจริงเป็นจังก็ได้อยู่นะ

- สายอยู่ข้างเดียวทำให้ไม่เกะกะเวลาใช้งาน แถมเปลี่ยนสายได้อีกต่างหาก

- พับเก็บได้ทำให้พกพาสะดวกครับ กล่องเก็บหูฟังเวิร์คมาก แข็งแรงทนทาน แถมยังดูดีอีกต่างหาก ให้สายแปลง 2.5 mm. และหัวแปลง 6.3 mm. มาให้ด้วย

- ความไวสูงมาก ทำให้ไม่ต้องง้อแอมป์ครับ

ข้อเสีย 

- ของศูนย์ตอนออกมาใหม่ๆ ราคาแพงมากครับ ร่วมห้าพันกว่า ดีที่ตอนนี้ลดลงมาเหลือสี่พันต้นๆ แล้ว (คาดว่าน่าจะรู้ตัว) อย่างไรก็ดี ในราคาไม่เกินสี่พัน เจ้าตัวนี้ก็ยังถือว่าคุ้มตังค์อยู่ดี

- ไม่เหมาะกับทุกแนวเพลง อย่างพวกเมทัล ร็อคดิบๆ เพราะนุ่มนวลฟังสบายเกินไป เสียงไม่จัด เป็นหูฟังที่ถ้าไม่ชอบก็เกลียดเลย ไม่ค่อยมีตรงกลางเท่าไหร่ คนที่ฟังเพลงทั่วไปอาจไม่ชอบ แต่ถ้าใครเคยเล่นเครื่องเสียงบ้านมาก่อน แล้วชอบเสียงสไตล์ลำโพงอังกฤษ เจ้าตัวนี้แหละใช่เลยครับ

- เป็นหูปิด ทำให้ซาวด์เสตจไม่กว้างเท่าหูแบบเปิด แต่ก็ไม่ได้ถือว่าแคบเลยนะครับ ถือว่ากว้างดีทีเดียวถ้าเทียบกับหูแบบปิดด้วยกัน อีกอย่างคือใส่นานๆ อาจจะรู้สึกว่าอบ ร้อนหูครับ

- กันเสียงออกได้ดี แต่ไม่ค่อยกันเสียงเข้าเท่าไหร่ (พอๆกับพวก Earbud) สู้พวก In Ear ไม่ได้ครับ ฟังตอนเดินถนนหรือบนรถประจำทาง มีเสียงลอดเข้ามาพอสมควร ทำให้รายละเอียดเสียงลดลง แต่อาจนับเป็นข้อดีก็ได้ เพราะทำให้ปลอดภัยเวลาเดินทางมากกว่า

 

ที่แน่ๆ ความรู้สึกผมเหมือนกับตอนซื้อลำโพง KEF iQ3 หรือสาย Kimber Hero มาเลยครับ คือยิ่งฟังยิ่งรู้สึกคุ้มตังค์น่ะครับ ^^

 

*หมายเหตุ รูปบางรูปเป็นรูปแทนนะครับ จำที่มาไม่ได้แล้วด้วยว่าไปเอามาจากไหน ต้องขออภัยเจ้าของรูปมา ณ ที่นี้ด้วยครับ 


edit @ 9 Oct 2009 18:13:14 by PlaNaRiA

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

โอย

อยากได้ แต่ติดตรงราคาเนี่ยแหละครับ


ยิ่งกะจะไปถอยไอพ็อดมาวันนี้ด้วย ขืนซื้อพร้อมกัน ได้กินแกลบกันเห็นๆ

#1 By monboy01 on 2009-11-30 06:05

Thanks.tongue tongue tongue

#2 By เครื่องเสียง (58.11.3.65) on 2009-12-01 18:02

อารมณ์เดียวกันกับท่านเจ้าของเลยครับ ก่ะว่า 420 ตามเสียงเล่าอ้าง แต่จบที่ 450 อารมณ์ประมาณเดียวกัน คริคริ ผมสอยลงจากห้างมั่นคง ราคา 3990 ประกัน 2 ปีตามระเบียบ confused smile

#3 By (6)ตัวดี (124.120.173.250) on 2009-12-22 23:30

ขอเบอร์พี่เค้าหน่อยได้ไหมครับ
กำลังอยากได้มากๆ

#5 By Onizuka (27.130.71.70) on 2010-09-18 23:25

ตอนนี้ผมก็ กำลังอยากได้หูฟัง แต่ไม่มีความรู้มากหนัก

กำลังเล็งๆ AKG K240 อยู๋ฮะ open-mounthed smile อยากทราบ
AKG K240 เหมาะกับฟังเพลงญี่ปุ่นป่าวฮะ Hot! Hot! Hot! open-mounthed smile

#6 By OpelwaR ベリーズ工房 on 2011-05-05 16:34

คุณ Onizuka ครับ ตอนนี้พี่เขาไม่ได้ขายแล้วอ่ะครับ (งานหลักพี่เขาคือเป็นมือคีย์บอร์ดวงไมโครน่ะครับ ตัวจริงเสียงจริงเลย)

ส่วนคุณ OpelwaR ベリーズ工房 ต้องขออภัยด้วยครับ พอดีไม่เคยฟังรุ่น 240 เหมือนกันครับ

#7 By PlaNaRiA on 2011-05-11 14:10