หลังจากที่เจ้า IPOD Nano (Gen1) ได้รับใช้ผมมาอย่างยาวนาน กว่า 3 ปี (กว่าๆ) แบตก็เริ่มมีปัญหาครับ ฟังได้สักชั่วโมงก็เหลือครึ่งหนึ่งแล้ว ก็เลยมีโครงการจะถอยเครื่องเล่นตัวใหม่ คราวนี้ตั้งเป้าว่าจะหาแบบถูกๆ เสียงพอใช้ได้ดูบ้างครับ ก็เลยตะเวนหาข้อมูล/ลองฟังตามที่ต่างๆ ที่เล็งไว้ก็มี IPOD Nano Gen 4 / Sony S Series / IRIVER E100-150 จากที่ลองไปโฉบๆ ดู IPOD Nano หน้าตาดีสุดครับ (อยู่แล้วของเขาขึ้นชื่อมาแต่ไหนแต่ไร) ทั้งงานผลิต รูปลักษณ์ น้ำเสียง แจ่มสุดๆ ไปเสียหมด แต่ราคานี่สิครับ T-T 8 G 6290 บาท -*- มองมาที่โซนี่พี่ใหญ่ของเรา S736 ตัว 4 G รูปร่างโอเคอยู่ สวยแบบบ้านๆ ดีครับ ระบบปรับแต่งเสียงเจ๋งมาก แถมมีระบบตัดเสียงรบกวน และให้หูฟังมีชาติตระกูลมาด้วย (แค่ค่าหูฟังผมว่า 1500+ แล้วนะ) แต่รุ่นนี้ไม่มีวิทยุ (ไอพอดก็ไม่มี) สนนราคา 4 G เกือบๆ 6 พันบาท -*-

หันมาดู IRIVER E100 มีวิทยุ ตัว 4 GB ราคาสามพันกลางๆ แถมเพิ่มเมมได้อีก แต่หน้าตาไม่ผ่านครับ วัสดุกระป๋องสิ้นดี (กระป๋องพลาสติกด้วย) ตัว E150 หน้าตาดีขึ้นมาหน่อย แต่วัสดุพอกันครับ ที่สำคัญคือ ใหญ่เกิน พกพาลำบาก ถ้าเทียบกับของยี่ห้ออื่นๆ 

พอดีในร้านมีของ IRIVER อีกรุ่น เป็นรุ่น E50 ตัวเล็กๆ บางๆ วัสดุดีขึ้นมาหน่อย ด้านหน้าเป็นอลูมิเนียม มีกรอบสแตนเลสเพิ่มความแข็งแรง ดูงานผลิตดีกว่ารุ่น E100 เยอะเหมือนกัน เช็คไปเช็คมา ตัว 8G ราคาสามพันกลางๆ อัดเสียงได้ มีวิทยุ (เพิ่มเมมไม่ได้ แต่ก็มิได้นำพา เพราะยี่ห้ออื่นมันก็เพิ่มไม่ได้เหมือนกัน ที่สำคัญ 8 G ก็เหลือแล้วสำหรับผม ตัวเ่ก่า 1G ยังใช้มาได้ตั้งสามปี) ก็เลยตัดสินใจเอาตัวนี้มา (ลืมบอกไปว่าก่อนใช้นาโนผมกก็เคยใช้ IRIVER มาก่อนนะครับ รุ่น 180 อะไรนี่แหละ หน่วยความจำ 128 MB เอง ใช้จนพังนั่นแหละ ถือว่า ยี่ห้อนี้ไม่ไช่ของใหม่สำหรับผมแต่อย่างไรครับ) ขนาดของเจ้าตัวนี้พอๆ กับ IPOD Nano Gen 1 ครับ แต่ไอพอดจะบางและเล็กกว่านิดหน่อย น้ำหนักใกล้เคียงกัน

หลังจากที่ได้ใช้จริง ก็รู้สึว่า เจ้าตัวนี้มันใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย ถึงฟังค์ชั่นการใช้งานและการควบคุมจะสู้ไอพอดไม่ได้ แต่ด้วยราคาที่ต่างกันเกือบสามพันบาท ก็ไม่ถือเป็นเรื่องน่าติติงอะไรนักครับ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบการควบคุมของไอพอดนั่นสุดยอดแค่ไหน รวมถึงโปรแกรมจัด Playlist อย่าง ITune นั่นก็เป็นหนึ่งในยุทธจักรนี้มานานแล้ว

แล้ว E50 ทำอะไรได้แค่ไหนกัน

E50 มีฟีเจอร์มาตรฐานเท่าที่เครื่องเล่นพกพาดีๆ ควรจะมีน่ะครับ (ถึงแม้จะทำได้ดีบ้างไม่ดีบ้างก็เถอะ) อาทิเช่น

  • มีวิทยุ (แต่ทศนิยมแค่ 1 ตำแหน่ง ใครจะฟังวิทยุชุมชนลืมไปได้เลยครับ เมมเบอร์ได้แค่ 20 ช่อง ถือว่าน้อยไปสักนิดครับ สัญญาณชัดเจนดี มีสัญลักษณ์บอกว่าเป็นสเตอริโอด้วย คลื่นไหนสัญญาณดีๆ ก็จะรับย่านสเตอริโอได้ครับ) อ้อ อัดเสียงวิทยุได้ด้วย (แต่ยังไม่ได้ลองนะ) *เพิ่มเติมครับ พอดีได้ทราบข้อมูลจากเพื่อนที่เวปมั่นคงมาว่า ถ้าตั้งค่าวิทยุให้เป็นโซนยุโรป วิทยุจะเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง ผมลองทำตามแล้ว ได้แฮะ แต่เวลาเลื่อนหาสถานี มันดันเลื่อนได้หลักเดียว อย่าง 90.10 เป็น 90.20 ซะงั้น (เลื่อนเป็น 90.15 ไม่ได้) แล้วมันจะไปต่างกับทศนิยมหลักเดียวยังไงฟะ -*-
  • บันทึกเสียงสนทนาได้ ยังไม่เคยลองเหมือนกัน แต่เห็นเขาว่ายี่ห้อนี้บันทึกเสียงดีนะครับ ได้นานด้วย
  • เล่นวีดีโอได้ แต่ขอบอกว่ากากมาก ใครจะซื้อมาเพื่อดูวีดีโอ ซื้อรุ่นอื่นได้เลยครับ ภาพก็เล็ก แถมดูได้ฟอร์แมทเดียว คือฟอร์แมทที่บ้านมันทำไว้ดูเอง -*- ต้องใช้โปรแกรมที่แถมมาแปลงเอา ที่สำคัญคือแปลงมาแล้วภาพห่วยแตกด้วย เอ่อ ลืมไปเลยว่ามันเล่นวีดีโอได้จะดีกว่านะ จะได้รู้สึกกับมันดีกว่าด้วย (ของไอพอดดูวีดีโอแจ่มมากนะครับ ผมยืมของเพื่อนไปดูบ่อยครับ เนียนและสมูทมากๆ ครับ ภาพสวยด้วย)
  • ดูภาพได้ แต่จอแค่นั้นจะไปดูอะไรล่ะ -*- (อันนี้ไอพอดนาโนก็ดูได้ครับ)
  • เล่นเพลงได้ อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว เล่นไม่ได้ก็เสียชาติเกิดมาเป็นเครื่องเล่นเพลง เรื่องคุณภาพเสียงจะไปว่ากันทีหลัง แต่รุ่นนี้เล่นเพลงได้หลากหลายฟอร์แมทมาก ที่สำคัญ เล่นไฟล์ FLAC (ไฟล์เพลงแบบไม่บีบอัด)ได้ด้วย ไม่ไช่แค่เล่นได้ คุณภาพเสียงไฟล์ FLAC ต่างกับ MP3 อย่างกับฟ้ากับเหวแน่ะครับ (เรียกได้ว่าดีกว่าแบบเหลือเชื่อเลยล่ะว่าเป็นเครื่องเล่นตัวเดียวกัน)

ถ้าเทียบกับไอพอดที่มีฟีเจอร์ที่คนอื่นไม่มี อย่างดูเวิลด์คลอคได้ มีปฏิทิน ตารางงาน เล่นเกมส์ได้ ฯลฯ แต่ดันบันทึกเสียงไม่ได้ ฟังวิทยุไม่ได้ -*- คงต้องเลือกเองล่ะครับว่าชอบแบบใช้งานได้จริงหรือชอบแบบไม่ซ้ำแนวใคร

ส่วนเรื่องการควบคุม เล่นเอางงไปนานเหมือนกันครับ มันไม่ได้ง่ายเหมือน IPOD เลยต้องงมกันสักพัก (ใครชอบง่ายๆ ข้ามไปเล่นไอพอดเลยนะครับ รายนั้นใครก็ใช้ได้ครับ ใช้ง่ายสุดๆจริง) พอเริ่มคุ้นแล้วก็พอทนล่ะครับ (การควบคุม เต็มสิบผมให้สัก 6 ละกัน ส่วนไอพอดได้ 10 เต็ม)

โปรแกรมจัดการเพลง จริงๆ เจ้านี่ยัดเพลงลงไปตรงๆ ก็ได้ครับ แต่ถ้าจะจัดการ Playlist ใช้โปรแกรม Plus 3 ที่เขาให้มาจะสะดวกกว่ามาก (มากกว่าไม่ได้ใช้น่ะครับ) แต่เจ้า Plus 3 นี่ เทียบกับ Itune แล้ว ประมาณบอลไทยแลนด์ลีกกับพรีเมียร์ลีกของอังกฤษน่ะครับ ทิ้งกันประมาณ 3 ป้ายรถเมล์ได้ (โดนไอจูนทิ้งนะ) ยังไงดีล่ะ ดูลำบาก ใช้งานยาก (ขนาดพยายามทำหน้าตาให้เหมือนไอจูนแล้วนะ แต่ยังดูแย่กว่าเยอะ ประมาณว่าสวยศัลยกรรมแบบทำไม่เสร็จ กับสวยตั้งแต่เกิดนะครับ) อัพโหลดเพลงวุ่นวาย แก้ไขแทคเพลงก็ยาก ประโยชน์เดียวของมันคือทำ Playlist ได้เท่านั้น (แต่เพลย์ลิสต์ก็ทำได้ไม่ได้ดีถึงครึ่งของไอจูนด้วย) ไม่กล่าวถึงตัวแปลงวีดีโอนะครับ เพราะผมพยายามลืมๆ มันอยู่ -*-



มาว่าถึงเรื่องหูฟังและการปรับแต่งเสียงกันครับ

หูฟังที่ E50 ให้ฟังดูธรรมดามาก ดูเหมือนหูฟังที่ขายกันอันร้อยกว่าบาท ถ้าเทียบกับหูแถมไอพอดแล้ว ต่างกันสิ้นเชิง (ของไอพอดอย่างงามครับ) แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผม บอกว่าบางอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ตาเห็นเสมอไป อย่างไอพอดเองที่เป็นเพลย์เยอร์เสียงดี นุ่มนวลน่าฟัง ฟังสบาย แต่ให้หูฟังมาฆ่าตัวเองชัดๆ ด้วยความที่หูฟังมันให้เสียงไปในทางเดียวกัน ทำให้เวลาใช้ร่วมกันแล้วเสียงออกมาไม่ดีเท่าที่ควร คือเบสไม่มี แหลมไปไม่สุด กลางออกนัวๆ หน่อย ผมลองเปลี่ยนเป็นหูฟัง Senheiser MX500 แล้วเสียงดีขึ้นจมเลยครับ เสียงกลางแหลมสดใสขึ้นมาก จังหวะของเพลงดีขึ้นด้วย

ข้อดีอย่างหนึ่งที่ผมพบจาก IRiver คือทาง IRIVER ฉลาดในการเลือกหูฟังแถมให้เข้ากับเครื่องเล่นครับ หูฟังแถมของ Iriver เข้ากับเครื่องเล่นมันได้ดีมากๆ (ถ้าเทียบกับไอพอดที่ให้หูแถมที่ไม่เข้ากับเครื่องเล่นตัวเองอย่างแรงมา) เสียงโทนนุ่มๆเน้นกลางต่ำของหูแถมช่วยเกื้อหนุน Iriver ไม่ให้เสียงบางไป และช่วยให้เบสเป็นตัวเป็นตนมากขึ้น ตอนที่ผมใช้ IRiver ตัวแรกก็เป็นอย่างนี้ Iriver IFP-180 (ถ้าจำไม่ผิด)ให้หูฟังเซนไฮเซอร์รุ่น MX300 ที่ให้เสียงเข้ากับมันมาเช่นกัน (แต่พอผมลองเปลี่ยนเป็น MX500 เสียงดันขัดกันอย่างแรงเลยแฮะ -*- ฟังแล้วสดเกิน)

ปัญหาที่ตามมาคืิอ หูฟังที่ให้แนวเสียงแบบ Senheiser ให้เสียงที่ไม่แมชกับ Iriver E50 เอาซะเลยครับ T-T ทั้งๆ ที่มันออกจะเข้ากันได้ดีกับ IPOD แบบเป็นปี่เป็นขลุ่ยนะเนี่ย ผมลองกับทั้ง MX500 และ PMX40 ก็ปรากฎว่าเข้ากันไม่ได้เลย คือมาแต่กลางกับแหลม จัดด้วย ส่วนเบสลืมไว้ที่บ้าน -*-  ฟังนานๆ แล้วปวดหู ไมเกรนจะกินเอา ฟังไปฟังมา หูแถมมันน่ะดีที่สุดแล้ว ไว้เดือนหน้าถ้ามีตังค์ต้องไปลองฟังที่ร้านดูว่าจะมีหูฟังไหนเข้ากับมันได้บ้าง อ้อ เรื่องกำลังขับ ผมว่ามันเหมาะกับหูฟังแบบเล็กๆ ทั่วไป แบบอุดหู ยัดหูมากกว่าแบบครอบหูใหญ่ๆ นะครับ(เห็นบอกมาว่ากำลังขับ 17mw ที่ 16 โอห์มหรือไงนี่ล่ะครับ) เพราะแค่ลองกับหูฟังแบบแปะของเซนไฮเซอร์ PMX40 ก็ต้องเร่งถึง35 ถึงจะดังกำลังดีน่ะครับ (รู้สึกว่าจะเร่งได้สูงสุดแค่ 40 เองมั้ง) แต่ถ้าหูฟังของมันเอง แค่ 25 ก็ดังเหลือๆ แล้วครับ *** ผมลองต่อหูฟัง Sennheiser HD202 กับ E50 ปรากฎว่า E50 เอาไม่อยู่ครับ ต้องใช้แอมป์ลูกเจี๊ยบช่วยถึงจะพอไหว HD202 กับ E50 เข้ากันได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องปิดระบบ SRS WOW HD นะครับ ไม่งั้นเสียงมันจะบาดหูสุดๆ เลย แต่พอต่อกับลูกรักคนใหม่ AKG K450 คราวนี้เจ้า E50 ขับได้เหลือๆ ครับ แถมเสียงเข้ากันได้ดีด้วย (แต่พอต่อลูกเจี๊ยบแล้วแย่ลงแฮะ เสียงมันหลอกๆ ยังไงไม่รู้ บาลานซ์ของเสียงก็เสียไปเลยด้วย)

แล้วเจ้า E50 ล่ะ ตอนแรกที่ต่อฟังเสียงมันไม่ได้เรื่องซะเลยครับ เบสอื้ออึง กลางแหลมจมไปหมด ทุกเสียงมากระจุกรวมกันอยู่ตรงกลางหัวผมหมด -*- เอาวะ เพิ่งใช้อย่าเพิ่งรีบตัดสิน ยังไงเสียผมก็เป็นคนเล่นเครื่องเสียง เข้าใจความสำคัญของการเบิร์นอินดี เออไช่ ผมเคยอ่านเจอในเวปเครื่องเสียงแห่งหนึ่งนี่หว่า (รู้สึกจะเป็น www.taf.in.th)  มีความเห็นหนึ่งบอกว่า เล่น IRIVER แล้วไม่ปรับ EQ ถือว่าผิดกฎหมาย (ข้อหาใช้ของผิดประเภท) พอๆ กับเล่นไอพอดแล้วปรับ EQ นั่นแหละ (ข้อนี้จริงครับ -*- ไอพอดมันปรับ EQ แล้วเสียงไม่ได้เรื่องจริงๆ)ไหนๆ ไหนๆ ลองดูก็ไม่เสียหาย (แล้วมันตั้ง EQ ยังไงฟะ -*- งมตั้งนานถึงจะรู้ว่ากดปุ่มขวาค้างไว้มันจะมีเมนูขึ้นมาให้ตั้งค่า)

ผมลองเปิดระบบ SRS WOW HD ขึ้นมา (มันเป็นระบบอะไรหว่า ไม่รู้คำแปลเหมือนกัน รู้แต่ชื่อมันดูอลังการงานสร้างดีเท่านั้น) แล้วลองฟังดู

พี่ท่านในเวป TAF.IN.TH พูดถูกครับ IRIVER เนี่ย ถ้าฟังแบบไม่ได้ปรับ EQ นี่ผิดกฎหมายจริงๆ ผิดชนิดไม่น่าให้อภัยเลยด้วย เสียงก่อนเปิดกับหลังเปิดนี่ต่างกันยิ่งกว่ารูปที่ใช้โฆษณาลดน้ำหนักอีกครับ ไอ้ที่ผมบอกว่าเบสอื้ออึง กลางแหลมจม เวทีเสียงหุบมันหายไปหมด ผมรู้สึกว่าเวทีเสียงมันถ่างออกมากกว่าเดิมเห็นๆ สุ้มเสียงเปิดโปร่งกระจ่าง (มีขึ้นขอบและปลายเสียงหยาบพอประมาณ เข้าใจว่าเป็นที่คุณภาพไฟล์เพลงและยังเบิร์นไม่ได้ที่)  เสียงทุ้มกระชับ มีน้ำหนัก อิมแพคแรกกระทบชัดเจนทีเดียว คือถ้าเทียบแนวเสียง ไอพอดจะออกแนวเครื่องเสียงอังกฤษ ออกโทนเรียบ นุ่มนวล ฟังสบาย เนื้อเสียงกลางดีเสียงลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ส่วน Iriver (ที่เปิด EQ แล้ว) จะออกสไตล์เครื่องเสียงญี่ปุ่น พวกเดน่อน ออนเกียว (เสียงออกไปทางเดน่อนนะ) คือจะออกแนวสดใส คึกคัก จัดจ้าน กลางแหลมเปิดกระจ่าง รายละเอียดปลายเสียงแหลมดี จังหวะจะโคนดี เสียงเบสกระชับและมีน้ำหนัก เจ้าระบบ SRS WOW อะไรเนี่ยช่วยทำให้เวทีเสียงเปิดกว้างขึ้นมาก แต่ละเสียงถูกแยกแยะให้ได้ยินชัดเจน (อิมเมจดีขึ้นครับ)เป็นเลเยอร์ ไม่ซ้อนทับกัน (ตรงนี้ไอพอดสู้ไม่ได้ครับ เรื่องรายละเอียดเสียง อิมเมจและการแยกแยะชิ้นดนตรีนี่ E50 กินครับ) แต่ข้อเสียคือมันจะทำให้เสียงบางลงครับ เนื้อเสียงกลางและความลื่นไหลยังสู้ไอพอดไม่ได้ ในส่วนนี้ คิดว่าถ้าหาหูฟังที่แมชชิ่งกันมาช่วยน่าจะทำได้ดีขึ้นมากครับ (แต่ก็ไม่ได้บางเจี๊ยบแต่อย่างใดนะครับ แค่บางกว่าถ้าเทียบกับไอพอดเท่านั้น อารมณ์เดียวกับเวลาผมฟังเครื่องเล่นซีดี Rotel กับ NAD เลยครับ ของ Rotel ไม่ได้บาง แต่ NAD ทำได้ดีกว่าในส่วนของเนื้อเสียงเท่านั้น)

 

รูป E50ถ่ายคู่กับ AKG K450 ครับ นี่ก็เข้ากันได้ดีมากๆ เลย 

*** เพิ่มเติมครับ หลังจากที่เบิร์นไปพอสมควร ผมพบว่า เสียงจริงๆ ของเจ้า E50 ดีกว่าที่คิดเอาไว้มากครับ แม้แต่ตอนที่ปิด EQ ก็ตาม คือคุณสามารถเลือกฟังแบบ Flat ได้แบบเอาดีได้เลยทีเดียว (ต้องขอโทษเจ้า E50 ด้วยที่ไปปรามาสมันไว้ ^^) เสียงจริงๆ ของ E50 จะออกแนวสดใส โปร่งกระจ่าง ให้รายละเอียดเสียงได้ดี(กว่าที่ผมคิดไว้ .. มาก) เบสกระชับ หนักแน่นและทิ้งตัวลงได้ดี เสียงแหลมเปิดโปร่ง เสียงกลางแจ่มชัด ทำให้ฟังเพลงบรรเลงพวกเครื่องเป่า เครื่องดีด เครื่องสายได้ดีเอามาก ๆ (ดีกว่าไอพอดนาโน) อีกอย่างที่ผมทึ่ง คือการแยกแยะชิ้นดนตรีครับ โปร่งกังวาน มีหนักมีเบา ไม่ทับซ้อนกัน (ฟังเทียบกับนาโนจะรู้สึกว่านาโนขุ่นไปเลย เสียงจะกระจุกตัวกว่า E50 แถมเสียงเบสรุ่มร่ามกว่าด้วย) เวทีเสียงด้านลึกทำได้ดี ถ้าฟังกับพวกเครื่องเล่นถูกๆ อาจรู้สึกว่าเสียงกลอง/เบสไม่มัน ไม่หนักแน่นเท่า เพราะเจ้าตัวนี้วางตำแหน่งกลองไว้ด้านหลัง แล้วจัดวางเลเยอร์ของชิ้นดนตรีได้ตามตำแหน่งมันมิกซ์มาจริงๆ แถมตรึงตำแหน่งไว้ได้ค่อนข้างดีด้วย มันก็เลยฟังดูเหมือนเสียงกลองไม่โดดออกมา ไม่ประเดประดังกันออกมาพร้อมๆ กันเป็นหน้ากระดานเหมือนเครื่องเล่นถูกๆ เวทีเสียงด้านกว้างถ่างออกไปถึงขอบๆ หูซ้ายขวาครับ (พอดีผมใช้หูฟังแบบปิดด้วย ซ่าวด์สเตจมันเลยไม่กว้างมาก ถ้าฟังกับหูเปิดน่าจะถ่างออกไปได้อีกพอสมควรครับ) รายละเอียดยิบย่อยปลายๆ เสียงรับฟังได้ชัดเจนดี ที่ชอบอีกอย่างคือเครื่องเล่นตัวนี้ให้เนื้อเสียงที่น่าฟังทีเดียว มีน้ำหนัก กังวาน และเก็บรายละเอียดของ Texture เสียงได้ดี ถ้าคุณชอบเพลงบรรเลง แนวนิวเอจ แจ้ส เพลงร้องหวาน ๆ รือเพลงป็อปที่เน้นจังหวะสนุกสนาน ตัวนี้ทำได้ดีกว่านาโนนะครับ   ***

การแสดงผลภาษาไทย อยู่ในเกณฑ์พอทนครับ บางครั้งก็มีเพี้ยนอ่านไม่ออกเหมือนกัน เรื่องสระลอย พยัญชนะเว้นช่องมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังพอเดาชื่อเพลงได้ครับ ฟอนต์ภาษาไทยตัวเล็กมาก อ่านลำบากทีเดียว ในส่วนของชื่อศิลปิน หรือชื่ออัลบั้มยังแสดงภาษาไทยไม่ได้นะครับ (คือฟอนต์มันจะอ่านไม่ออก) แสดงได้แต่ชื่อเพลงอย่างเดียว -*- อีกเรื่องคือรุ่นนี้ยังไม่รองรับเมนูภาษาไทยนะครับ 

ในส่วนของการประมวลผล ผมว่าเป็นจุดอ่อนหนึ่งของเครื่องเล่นตัวนี้ครับ เวลาคุณเลือกเล่นเพลง ผมพบว่าบางครั้ง (ค่อนข้างบ่อย) ในครั้งแรกที่เลือกเล่น มันจะใช้เวลาในการประมวลผลนานมาก (บางครั้งถึง 2 - 3 นาที) ก่อนจะเริ่มเล่นเพลง คือมันจะหยุดคิดไปพักใหญ่ๆ (ไม่ต้องตกใจครับ ไม่แฮ้งค์หรอก แค่คิดนานไปหน่อยเท่านั้น) ก่อนจะเริ่มเล่นไฟล์นั้นๆ อาการนี้มักจะเกิดจากการเลือกเพลงจาก Playlist ครับ ถ้าเลือกจาโฟลเดอร์เพลงโดยตรงหรือ Sort ตาม Catagory อื่นๆ พวกชื่อศิลปินหรือชื่ออัลบั้มจะไม่เป็นครับ ผมเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากเครื่องมันกำลังอ่านข้อมูลไฟล์ใน Playlist เพราะถ้าจำนวนไฟล์ใน Playlist มีเยอะมันจะอ่านนานมากๆ แต่ถ้าเพลงน้อยจะอ่านแปปเดียว แต่ถ้าเริ่มเล่นไปจากเพลงที่เล่นไปแล้ว จะไม่เกิดอาการนี้ครับ กด Next ไปเพลงถัดไปก็ไม่ช้าแล้วครับ ถ้าเทียบกับไอพอดที่กดปุ้บติดปั๊บแล้ว แพ้หลุดลุ่ยเช่นเดิม รวมถึงระบบ Playlist ที่ไม่เวิร์คเท่าไหร่เลย ระบบจัดการเพลงในตัวเครื่องแพ้ไอพอดขาดลอยครับ

เรื่องความเสถียรในการใช้งาน น่าจะถือเป็นอีกจุดอ่อนหนึ่งได้ครับ เพราะใช้มาได้ไม่ถึงครึ่งเดือน ก็มีอาการค้างให้เห็น 2-3 ครั้งแล้ว คือเวลาเรากด Next เพลงไป บางทีมันค้างไปเลยครับ คือเพลงยังเล่นอยู่แต่ปุ่มควบคุมจะสั่งการไม่ได้แล้ว หน้าจอก็ค้างด้วย วิธีก็คือกดปุ่ม Reset ที่ข้างตัวเครื่อง (ผมว่ามันรู้ปัญหา เลยทำปุ่มรีเซทมาให้ -*-)  แต่ปุ่มรีเซทพี่ก็ทำมาซะเล็กเกิน คลิปหนีบกระดาษแหย่ไม่ลง ต้องใช้สายไฟเส้นเล็กๆ หรือใส้ปากกาดินสอแหย่ถึงจะได้ครับ ถ้าเทียบกับไอพอดนาโนตัวเก่าผมที่ใช้มา 3 ปี ยังไม่เคยแฮ้งค์ให้ได้เห็นสักครั้ง เรียกได้ว่าเทียบกันไม่ได้เลยครับ -*-

ปัญหาอีกอย่างคือไฟล์ที่ Rip หรือโหลดมา บางทีมันจะเกิดการกระตุกตอนต้นเพลง (ประมาณสามวินาทีแรก) อาการนี้เป็นกับหลายเพลงทีเดียว โดยเฉพาะกับไฟล์นามสกุล WMA กับ FLAC (แต่ Flac ที่ Rip ด้วยโปรแกรมมันเองจะไม่เป็นครับ) เครื่องนี้อ่าน WMA ได้ไม่ค่อยดีนักครับ ขนาด Rip ด้วยโปรแกรมมันเองยังกระตุกเลยครับ (แถมกระตุกแทบจะทั้งเพลงด้วย) ในขณะที่ไฟล์ MP3 มีปัญหาน้อยกว่ามาก (ปัญหาพวกนี้จะไม่เกิดใน IPOD เลยครับ) 

อ้อ ที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้ คือเครื่องเล่นตัวนี้มันฟ้องคุณภาพของไฟล์เพลงนะครับ อย่างมากเลยด้วย ถ้าเอาไฟล์เพลงที่บันทึกมาห่วยๆ มาเปิดกับมัน จะพาลไม่อยากฟังเอาเลย เพราะเสียงจะติดหยาบ ออกขุ่นๆ มัวๆ แต่ถ้าเอาไฟล์เพลงคุณภาพดีๆ ไปเล่น จะฟังออกเลยว่าคุณภาพเสียงมันดีมากๆ ทั้งรายละเอียด อิมเมจและซาวด์สเตจ โดยเฉพาะถ้าฟังไฟล์พวก FLAC ที่ RIP มาจากซีดีออดิโอไฟล์ คุณภาพเสียงนี่ถึงขั้นบรรเจิดเลยครับ (ผมฟังของ Alan ศิลปินสาวชาวธิเบตที่มาร้องเพลงญี่ปุ่น (ร้องเพลงประกอบสามก๊กภาคโจโฉแตกฯด้วย)  กับของถงลี่ เพลงจีนร่วมสมัย แล้วก็มีพวกเพลงบรรเลงของ Kenny G แนว New Age ของ Yanni แล้วก็ชุดสามัญประจำบ้าน Give and take < อันนี้ริปเองกะมือ) เรียกได้ว่าไฟล์ MP3 เข้ารหัสระดับ 320 Kbps นี่แพ้กระจุยครับ รายละเอียดเสียงนี่ระยิบระยับพร่างพรายไปหมด อิมเมจขึ้นรูปแบบจะๆ มาเป็นเลเยอร์ไม่มีมั่ว ไม่มีซ้อนทับกันเลยครับ ฟังแล้วไม่อยากฟังเพลงแบบที่มีการบีบอัดเลยล่ะ แต่ถ้าสู้กับขนาดไฟล์ของ FLAC ไม่ได้ ไฟล์ MP3 ที่ Rip แบบ 320K ก็ถือว่าให้คุณภาพในระดับน่าพอใจแล้วนะครับ (โดยเฉพาะกับเพลงไทยทั้งหลาย) อย่างน้อยก็ไม่ติดอาการเสียงกลางแหลมบาดหู ติดหยาบ เสียงแบนไม่มีมิติแบบไฟล์ 128K ล่ะครับ

นี่ก็เป็นรูปชุดฟังเพลงสุดที่รักของผมล่ะครับ   

สรุปเลยดีกว่า ชักจะัยาวเกินแล้ว (เขียนแต่ละครั้งติดลมทุกทีเลยครับ)

ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพา ขนาดกระทัดรัด ใส่กระเป๋าเสื้อได้สบาย น้ำหนักกำลังดี งานผลิตและวัสดุอยู่ในเกณฑ์ดี ราคาน่าคบหา

ถ้าคุณต้องการฟังเพลงเป็นหลัก ฟังวิทยุบ้าง และเผื่อใช้งานบันทึกเสียงเป็นบางโอกาส

ถ้าคุณเป็นคนไม่ติดแบรนด์ ไม่ได้ถึงขนาดต้องใช้ของดูดีมีชาติตระกูลเท่านั้น

ถ้าคุณต้องการเครื่องเล่นที่ให้คุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ(และน่าพอใจมากถ้าเทียบกับราคา) เหมาะกับเพลงแนวแจ้ส นิวเอจ ป้อป เพลงบรรเลงกีต้าร์ เปียโน แซกโซโฟน หรือพวกเครื่องสาย  ชอบเสียงแนวสดใส เปิดโปร่ง เน้นจังหวะจะโคน  สนุกสนาน รายละเอียดดี โดยเฉพาะถ้าเป็นประเภทออดิโอไฟล์ที่ชอบงานเพลงที่เน้นการบันทึกเสียงดีๆ เน้นรายละเอียด อิมเมจ ซาวด์สเตจ อะไรทำนองนั้น

ที่สำคัญ คุณต้องยอมรับข้อเสียของมันได้ เช่นไม่เอามันไปเล่นไฟล์วีดีโอ ยอมรับโปรแกรมจัดการ Playlist แบบกากๆ ของมัน และรอเวลามันประมวลผล Playlist ครั้งแรกของมันได้ (อ้อ ต้องเป็นคนที่ไม่ฟังวิทยุชุมชนด้วยนะครับ -*-) รับได้เวลามันจะแฮ้งค์/ค้างบ้างเป็นบางครั้ง หรืออาการเสียงกระตุกตอนต้นเพลง รวมถึงเป็นคนปรับตัวง่ายและชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อย่างการใช้งาน การสั่งการที่วุ่นวายกว่าไอพอด รวมถึงการรองรับภาษาไทยที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นักของมัน

ถ้าคุณยอมรับข้อเสียต่างๆ ของมันได้ คุณจะพบว่ามันเป็นเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพา ที่คุ้มค่าเกินค่าตัวทีเดียว โดยเฉพาะถ้าเทียบกับคุณภาพเสียงที่มันให้ งานผลิตและราคาค่าตัวของมันครับ

edit @ 9 Oct 2009 18:05:56 by PlaNaRiA

Comment

Comment:

Tweet

รบกวนสอบถามหน่อยครับ ผมฟัง E50 มาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งลองลงไฟล์แบบ Flac มีปัญหาคือมันไม่ยอมโชว์หน้าปกอัลบั้มครับ (ขนาดปกเล็กแล้วนะ เป็นไซส์เดียวกับที่ใส่ไฟล์ mp3 ซึ่งไฟล์ mp3 ที่ลงก็โชว์ปกอัลบั้มได้ปกติดี) E50 ของเจ้าของรีวิวนี้เวลาเล่นไฟล์ Flac โชว์ปกด้วยไหมและมีวิธีแก้ไขหรือทำยังไงให้โชว์ปกเหรอครับ ขอบคุณครับ

#2 By JumboWhale (114.128.204.46) on 2010-08-25 21:15

ขอบคุณมากเลยครับ

ที่สละเวลาทำรีวิวให้ดู

แต่ก็ซื้อไปแล้วหละครับ

ตอนแรกนึกว่าเครื่องพัง(ซื้อมาได้ยังไม่2อาทิตย์)

เข้าฟังเพลงผ่าน playlist แล้วมันค้างไปนานจึงเล่นได้

นึกว่าไปซะแล้ว พอมาได้อ่าน e50 เป็นกันหมด

ไม่รู้จะโล่งใจ(ที่เป็นเหมือนกันหมด)

หรือ เสียใจ (ที่ดันซ์้อรุ่นนี้ดี)

ขอบคุณ อีกครั้งครับ

#1 By hunter001 (117.121.208.2) on 2009-09-07 09:13