เนื้อหาใน Blog นี้เป็นทัศนะส่วนตัวของกระผม นาย PlanaRIA ผู้เขียนล้วนๆ นะครับ อาจจะไม่ตรงกับความเห็นของเกจิเทพๆ ทั้งหลาย หรือความจริงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นก็ได้นะครับ อย่าไปเชื่ออะไรกับผม ถือเสียว่ามาแลกเปลี่ยนทัศนะกันก็แล้วกัน

จากที่ได้คลุกคลีกับวงการเครื่องเสียงมาเป็นเวลาสิบกว่าปี (ไม่ได้ถึงขนาดทุ่มเต็มตัวกับมันนะครับ) ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างที่เกิดกับวงการนี้ ทั้งด้วยพฤติกรรมการเล่นของผู้เล่นที่เปลี่ยนไป สภาพเศรษฐกิจ รวมถึงการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างช่วยไม่ได้ บางสิ่งที่ยังคงคุณค่าในตัวเองก็ยังคงดำรงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ และบางสิ่งที่ทนต่อการพิสูจน์ไม่ได้ หรือไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายเพียงพอ ก็ถูกกลืนหายไปกับกระแสของการเปลี่ยนแปลง จนแม้แต่ชื่อก็ยังมีน้อยคนนักที่ใส่ใจจำ

การมาถึงของระบบเสียงแบบมัลติแชนแนล และระบบภาพแบบไฮเดฟฟินิชั่น ได้ทำการเปลี่ยนแปลงในโลกของระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ ชนิดที่เรียกว่าพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินกันเลยทีเดียว คนในยุคสมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เคยเล่นม้วนวีดีโอ ดูภาพความละเอียด 352x240 พิกเซลคงจินตนาการไม่ออกถึงคุณภาพภาพระดับ 1920 x 1080 พิกเซล (และกำลังจะมีความละเอียดที่สูงกว่านี้หลายเท่าที่กำลังจะตามมาในอนาคต) ทีวีจอแก้วที่มีทุกบ้านถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีจอแบนรูปแบบใหม่ๆ จนแทบจะสูญพันธุ์  ระบบเสียงสมัยก่อนที่เป็นแบบโปรลอจิค(ที่หรูสุดในตอนนั้น) ถูกแทนที่ด้วยระบบแยกเสียงรอบทิศทางอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ 5.1 ไปจนถึง 10.2 หรือกว่านั้น (รวมถึงคุณภาพเสียงแบบไม่มีการบีบอัดทุกแชนแนลด้วย)

แล้วอะไรบ้างที่ยังดำรงคงอยู่ อะไรบ้างที่ดับไป  และอะไรบ้างที่มีแนวโน้มว่าจะเข้ามาแทนที่ในอนาคต

Source หรือแหล่งกำเนิดเสียง 

อดีต - เครื่องเล่นแผ่นเสียง สถานะยังอยู่ดีมีสุข กลายเป็นของขึ้นหิ้งที่ทรงคุณค่าไปแล้ว และยังไม่มีทีท่าจะล้มหายตายจากไปไหน ถึงแม้จะมีข้อจำกัดมากมาย ทั้งการเล่นที่ยุ่งยาก อุปกรณ์เยอะแยะ  จะฟังแต่ละทีก็ต้องวุ่นวายกัน แผ่นก็หาซื้อยาก ราคาแพง แต่ด้วยมนต์สเน่ห์แห่งอนาลอคที่ทำซ้ำยังไงก็ไม่เหมือน (หมายถึงแซมปลิ้งออกมาให้อยู่ในรูปแบบของดิจิตอล) ทำให้มีผู้ถวิลหาอยู่เสมอมา

วิทยุ - แหล่งบันเทิงราคาถูกสุด แพร่หลายที่สุด ไม่มีทางตายแน่นอน สถานะคือได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับการเข้าถึงมากขึ้น ทั้งเปลี่ยนรูปแบบการรับส่งให้เป็นแบบดิจิตอล หรือเอาขึ้นเวปก็มี

เทป - สถานะ สู่สุคติไปหลายปีแล้วครับ _/|\_

ซีดี - แหล่งกำเนิดเสียงแบบดิจิตอลรูปแบบแรกๆ ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายที่สุด แพร่หลายจนกลายเป็นฟอร์แมทที่อยู่ยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้ สถานะ ปัจจุบันยังคงอยู่ดีมีสุข ขนาดมีฟอร์แมทใหม่ที่มีคุณภาพสูงกว่าอย่าง DVD Audio หรือ SACD มายังโค่นไม่ลง อนาคต มีแววว่าจะถูกล้มด้วยดิจิตอลไฟล์ (แต่ก็คงอีกหลายปีล่ะครับ)

DVD AUDIO และ SACD - ฟอร์แมทใหม่ที่มั่นหมายว่าจะมาแทนซีดี ด้วยคุณภาพเสียงที่แจ่มกว่า การแซมปลิ้งสัญญาณที่ความถี่สูงกว่า ละเอียดกว่า (คือแจ่มกว่าตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางนั่นแหละ) แต่ด้วยอุปสรรคด้านราคา และความแพร่หลาย รวมถึงการทำสงครามฟอร์แมท ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่แน่ใจ ทำให้แจ้งเกิดเต็มตัวไม่ได้เสียที สถานะปัจจุบันยังลูกผีลูกคนครับ ดีวีดีออดิโอดูจะปิดฉากก่อน ส่วน SACD ที่ทางโซนี่หมายมั่นปั้นมือหนักหนา ก็ยังมีคนเล่นอยู่ในวงแคบๆ ครับ ในอนาคตคาดว่าจะโดนดิจิตอลไฟล์แบบไฮเดฟินิชั่นต่อยตายคาเวทีแน่ๆ

ดิจิตอลไฟล์ ที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดก็ไฟล์ MP3 ที่แม้แต่เด็กประถมยังรู้จัก ไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดจนมีขนาดเล็ก คุณภาพเสียงยอมรับได้ เปิดตัวเมื่อราวๆ 10 ปีที่แล้ว (จำได้ว่าผมรู้จักมันตอนปี 38-39 ได้) เป็นที่แพร่หลายพร้อมๆ กับการถือกำเนิดของเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบพกพา สถานะปัจจุบัน แพร่กระจายยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ติดต่อได้ง่ายยิ่งกว่าเชื้อหวัด เรียกได้ว่าพบได้แทบจะทุกบ้านที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ว่าได้ ปัจจุบันยิ่งมีฟอร์แมทใหม่ๆ มากขึ้น มีการออกไฟล์เพลง Lossless ที่บีบอัดแบบไม่เสียคุณภาพเสียง รวมถึงก้าวข้ามข้อจำกัดของการจัดเก็บข้อมูลเสียงฟอร์แมทของซีดีออดิโอ (16 Bit 44.1 KHz) ไปเรียบร้อย ค่ายเพลงดังก็ๆ เริ่มมีการปล่อยไฟล์เสียงระดับออดิโอไฟล์ 24 Bit 192 KHz ออกมาชิมลางกันพอสมควร รวมถึงปัจจุบันเริ่มมีเครื่องเล่นไฟล์ดิจิตอลแบบที่มีฮาร์ดดิสต์ในตัวออกจำหน่ายมากขึ้น (ค่ายใหญ่ๆ อย่าง Linn ยังเอากับเขาด้วยเลยครับ) อนาคต น่าจะเจิดจรัส แบบเดียวกับการมาของกล้องดิจิตอลที่มาแทนที่กล้องฟิลม์แหละครับ แต่ยังคงมีพื้นที่ให้กับฟอร์แมทเดิมๆ พวกเครื่องเล่นซีดีอยู่นะครับ (แต่ถ้าเกิน 10 ปีผมชักไม่แน่ใจเหมือนกัน)

VCD สถานะ ขายได้ในตลาดล่าง และกำลังจะถูกแทนที่ด้วย DVD ในไม่ช้า ด้วยเครื่องเล่นวีซีดีแท้ๆ หาแทบไม่ได้แล้วในท้องตลาด เครื่องเล่นดีวีดีทุกเครื่องเล่นแผ่นวีซีดีได้ (และมีราคาถูกพอๆ กับเครื่องเล่นวีซีดีอย่างเดียว) แถมแผ่นดีวีดีบ้านเรายังถูกแสนถูก (ต้นทุนต่อแผ่นดีวีดีพอๆ กับวีซีดี แต่หนังเรื่องหนึ่งวีซีดีต้องใช้สองแผ่น -*) ภาพและเสียงก้ดีกว่ากันเยอะ อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะอยู่ได้ไปอีกสักกี่ปี

DVD สถานะ มั่นคง อยู่ได้ไปอีกหลายปี และจะลงมาตลาดล่างแทนที่วีซีดี  แถมคุณภาพเครื่องดีวันดีคืน ใครจะไปคิดว่าเครื่องเล่นดีวีดีราคาสองสามพันจะอัพเสกลได้ ต่อยูเอสบีได้แล้ว (เมื่อสองปีก่อนอย่าได้หวัง) เป็นตัวเลือกที่คุ้มเงินที่สุดในยุคสมัยนี้ แถมต่อให้คุณมีเงินซื้อเครื่องเล่นบลูเรย์จริงๆ คุณก็ต้องหาเครื่องเล่นดีวีดีสักเครื่องไว้เล่นแผ่นดีวีดีอยู่ดีนั่นแหละ (เพราะบลูเรย์อ่านแผ่นดีวีดีช้ามาก และถ้าใช้งานกับแผ่นดีวีดีบ่อยๆ อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงด้วย ซื้อเครื่องเล่นดีวดีอีกเครื่องราคาสองสามพัน ช่วยถนอมเครื่องเล่นบลูเรย์ราคาสองสามหมื่นของคุณได้นานเลยนะครับ เอาน่า แผ่นบลูเรย์ก็ตกแผ่นละพันกว่าแล้ว ค่าแผ่นสองแผ่นก็ซื้อเครื่องเล่นดีวีดีได้เครื่องนึงแล้วล่ะ)

Blu-Ray หลังจากที่เป็นผู้ชนะในสงครามฟอร์แมท บลูเรย์ก็กลับมาผงาดในวงการโฮมเธียเตอร์บ้านเรา ในฐานะปลายทางของระบบโฮมเธียเตอร์ไฮเอ็นด์ ที่ผู้มีอันจะกินและพิศมัยการดูภาพยนต์ภายในบ้านปรารถนาจะได้มาครอบครอง แถมราคายังลงมาเรื่อยๆ จากหลังแสน หกเจ็ดหมื่น ลงมาเหลือหมื่นสองหมื่นในตอนนี้ และคาดว่าจะต่ำหมื่นในเวลาอันรวดเร็ว ติดแค่ราคาแผ่นนี่แหละ -*- (แต่ผู้มีอันจะกินคงมิได้นำพา เนื่องจากแต่ก่อนเล่นแผ่นดีวีดีโซนหนึ่งที่มีสนนราคาพอๆ กับแผ่นบลูเรย์อยู่แล้ว แค่เปลี่ยนมาซื้อบลูเรย์แทนเท่านั้น จ่ายเท่าเดิมแต่ได้คุณภาพภาพ/เสียงแจ่มกว่าเยอะ) ด้วยคุณภาพระดับมาสเตอร์พีส ชนิดที่ดีวีดีอัพเสกล(ระดับ 1080P) สู้ไม่ได้ทุกกรณี ทำให้น่าจะเป็นอนาคตของวงการโฮมเธียเตอร์แบบนอนมา ตอนนี้ขอแค่ให้โรงงานบ้านเรารีบสั่งแผ่นปั้มเข้ามาเร็วๆ จะได้มีแผ่นบลุเรย์ราคาถูกให้ซื้อหากันเสียที (หวังว่าจะพิถีพิถันเรื่องคุณภาพกันด้วยนะครับ) 

ภาคขยาย

แอมป์แบบมัลติแชนแนลรุกตลาดแบบบ้าคลั่ง หลังๆ ปาเข้าไป 11-12 แชนแนลกันแล้ว -*- (ห้องเล็กๆ ไม่รู้จะเอาลำโพงไปวางตรงไหน) เราจะพบเครื่องขยายเสียง AVR ราคาถูกได้ทั่วไป ในราคาต่ำหมื่น็ยังมีอย่างไรก็ตาม ด้วยจุดประสงค์ในการออกแบบ และข้อจำกัดด้านราคา รวมถึงคุณภาพเสียงเวลาเอาไปฟังเพลง ทำให้ยังมีที่ว่างให้กับแอมป์ฟังเพลงแบบสองแชนแนลอยู่ครับ 

แอมป์คลาส A ถึงแม้จะมีข้อจำกัดเยอะแยะ ทั้งร้อนโคตระ ประสิทธิภาพต่ำสุดๆ (จ่ายไฟไป 100 หมดไปกับความร้อนสัก 80 ออกมาเป็นกำลังขับ 20 -*-) ต้องใช้อุปกรณ์คุณภาพสูง (จะได้ทนความร้อนได้ รวมถึง มันต้องทำงานตลอดเวลาด้วย)  ทำให้ราคาเทียบกับประสิทธิภาพแล้ว เรียกได้ว่าไม่คุ้มเอาเลย แต่ด้วยคุณภาพเสียง ความเป็นดนตรี ความลื่นไหล ทำให้ยังมีผู้ต้องการอยู่เสมอ สถานะ อยู่ตัวครับ ไม่ดังไม่ดับ ผลิตออกมาน้อยแต่ขายได้เรื่อยๆ น่ะแหละ

แอมป์คลาส AB หรือ AB+ ที่พบเจอกันได้ทั่วไป สถานะ ผมว่ายังดีอยู่นะ เพราะคนยังไม่แน่ใจกับเทคโนโลยีแอมป์แบบสวิชชิ่งหรือแอมป์แบบดิจิตอล แต่อนาคตอาจถูกดิจิตอลแอมป์แทนที่ได้เหมือนกัน  (เพราะให้ประสิทธิภาพสูงกว่า)ปัจจุบัน ถือว่าได้รับความนิยมแพร่หลายที่สุด แต่อนาคตต้องดูการรุกคืบของแอมป์ดิจิตอลละครับว่ามาเร็วแค่ไหน

 แอมป์ดิจิตอล / สวิชชิ่งแอมป์ จากอดีตที่ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับนักเนื่องจากยังให้้คุณภาพเสียงไม่เป็นที่น่าพอใจ ปัจจุบันเริ่มมีผู้ผลิตระดับไฮเอ็นด์ลงมาเล่นบ้างแล้ว จุดเด่นคือประสิทธิภาพสูงมาก ความร้อนต่ำ ทำให้มีขนาดเล็กได้ง่าย ถ้าปรับปรุงเรื่องคุณภาพเสียงได้และทำให้มีราคาสูสีกับแอมป์ทั่วไปผมว่าแอมป์ทั่วไปมีเหนื่อยล่ะครับ สถานะถือว่าค่อยรุกคืบเข้ามา ช้าๆ แต่ว่ามั่นคงครับ อนาคตน่าจะสดใสอยู่

แอมป์หลอด ขึ้นชั้นคลาสสิคพอๆ กับเครื่องเล่นแผ่นเสียง (แต่ว่าจับต้องได้ง่ายกว่า แพร่หลายกว่า) มีกลุ่มคนที่ยังคงหลงไหลในมนต์สเน่ห์ของแอมป์หลอดอยู่ และก็คาดว่าจะมีต่อไป สถานะ มีที่อยู่เป็นสัดเป็นส่วนของตัวเอง อาจไม่กว้างนักแต่ว่ามั่นคงครับ มีการผลิตหลอดใหม่ๆ ออกมาสม่ำเสมอ อนาคต ก็คาดว่าไม่น่าจะล้มหายตายจากไปไหน

ลำโพง

 ลำโพงอิเลคโทรสแตติก น่าจะขึ้นชั้นคลาสสิคเหมือนกับแอมป์หลอดครับ เล่นกันอยู่ในวงแคบ เฉพาะผู้มีอันจะกิน แต่คงยังไม่ถึงกับญพันธุ์หรอก

ลำโพงไดนามิก ก็ยังเป็นที่ยอมรับแพร่หลายเช่นเดิม ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตทำให้เราได้เล่นลำโพงที่มีคุณภาพเสียงดีขึ้น งานผลิตเนี้ยบขึ้นในราคาที่ถูกลง เมื่อสิบปีก่อน ผมยังไม่คิดว่าจะมีลำโพงที่ดีไซน์รูปทรงอื่นๆ นอกจากสี่เหลี่ยม ออกมาในราคาต่ำหมื่นเลยครับ เพราะว่าสมัยก่อน การทำลำโพงให้มีรูปทรงอื่นๆ เช่นพวกทรงหยดน้ำ หัวกระสุนนี่ต้องใช้ต้นทุนสูงมาก ปัจจุบันเนื่องจากมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้เราสามารถซื้อหาลำโพงคุณภาพดีในราคาไม่แพงได้ รวมถึงวัสดุต่างๆ ก็ได้มีการคิดค้นประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อผลลัพธ์ด้านเสียง ใครจะไปคิดละครับว่า ขนาดเพชร ยังมีคนคิดเอามาทำดอกลำโพงเลย -"- อนาคต เป็นที่คาดหวังได้ว่าจะได้เห็นลำโพงดีๆ ราคาถูกมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคอย่างเีราก็โชคดีไป ^-^

Accesories ต่างๆ

ผมว่าสมัยนี้มีของเล่นต่างๆ เกี่ยวกับเสียงให้เลือกเล่นมากมายกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะครับ เยอะจนบางทีก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน บางอย่างก็เอาหลักการทางวิทยาศาสตร์มาจับได้ บางอย่างก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน 

พวกสายต่างๆ สายสัญญาณ สายไฟ สายลำโพง สถานะ น่าจะคงตัวนะครับ เผลอๆ จะได้รับการตอบรับดีขึ้นด้วย เพราะคนเริ่มเข้าใจว่าสายพวกนี้มันมีผลต่อคุณภาพเสียงแบบรู้สึกได้จริงๆ ด้วยปัจจัยด้านเทคโนโลยีทำให้เราได้เห็น สายที่ทำำด้วยตัวนำคุณภาพสูงเช่นพวกทองแดงผลึกเดี่ยว หรือพวกสายทองแดงความบริสุทธิ์ซู้งสูง (8-9N = 99.999999%) ในราคาที่พอซื้อหากินได้ไม่หนักกระเป๋าเหมือนแต่ก่อน

พวกขั้วต่อ คอนเนคเตอร์ สถานะก็ถือว่าคงที่ครับ น่าจะยังได้รับความนิยมอยู่ไปอีกนานพอสมควรทีเดียว

พวกทิปโท ขาตั้งลำโพง ตัวหนุนเครื่อง พวกนี้ก็ขายได้เรื่อยๆ เหมือนกัน บางอันก็เวิร์ค บางอันก็งั้นๆ อันนี้คงต้องไปลองกันเองครับ เพราะลำโพงวางหิ้งแต่ละรุ่นชอบขาตั้งไม่เหมือนกันเสียด้วย ถ้าเล่นลำโพงตั้งพื้นก็สบายไป ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

พวกฟิวส์ไฮเอ็นด์ -*- ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นกระแสนะ ประมาณว่าไม่มีอะไรจะขายกันแล้ว ผมเคยถกกับพ่อเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน (พ่อผมจบไฟฟ้ามา) พ่อผมบอกว่า ไฟที่ผ่านฟิวส์มันยังไม่เข้าหม้อแปลงเลย มันยังเป็นไฟ 220 V กระแสสลับ ความยาวฟิวส์ก็ไม่ถึง 1 นิ้วดี กระแสไฟวิ่งด้วยความเร็วใกล้เคียงกับแสง ตีว่าราวๆ 270 กิโลเมตรต่อวินาที วิ่งผ่านฟิวส์ยาว 2 ซ.ม จะใช้เวลาสักเท่าไหร่กันเชียว (ประมาณไมโครเซกกันละมัง) แล้วมันจะมีผลต่อคุณภาพเสียงจริงๆ เหรอ -*- อีกอย่าง ฟิวส์ถูกออกแบบมาให้ป้องกันไฟเกินไฟกระชาก มันพร้อมที่จะขาดได้ทุกเวลา การลงทุนกับฟิวส์ตัวละเป็นพัน จะคุ้มกับการลงทุนเหรอ -*- นั่นสิ ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละครับพ่อ จะลงทุนกับฟิวส์ ผมว่าไปลงกับพวกสายน่าจะคุ้มตังค์กว่านะ แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ เงินใครเงินมัน ความเชื่อใครความเชื่อมัน อันนี้ก็แล้วแต่ ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว

 พวกน้ำยาต่างๆ สถานะก็น่าจะเห่อเป็นพักๆ วูบไปวูบมาล่ะครับ ประมาณว่าลมเพลมพัดนั่นแหละ เดี๋ยก็มีคนทำอะไรแปลกมาขายกันได้เรื่อยๆ น่ะแหละ

จะเล่นพวกเครื่องปรุงพวกนี้ แนะนำให้ใจเย็นๆ ครับ เงินอยู่ในกระเป๋าเราอุ่นใจที่สุด อย่าเพิ่งร้อนใจอยากใช้เงิน เจอบทความอะไรให้ฟังหูไว้หูไว้ก่อน เพราะในเวปเราไม่รู้ว่าใครเป็นม้า ใครเชียร์ใครบ้าง เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เป็นธุรกิจทั้งนั้นล่ะครับ เสียเงินไม่ว่า ได้เสียเพื่อนกับเสียใจนี่ไม่คุ้มกันครับ

 

สรุปเลยดีกว่า ในมุมมองของผม วงการเครื่องเสียงค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่เทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามามีบทบาท เรียกได้ว่าก้าวกระโดดเลยทีเดียว ไฟล์ดิจิตอลอาจจะเป็นคำตอบเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านเสียงในอนาคตข้างหน้า (ที่น่าจะไม่ไกลจากนี้)  ในขณะที่เครื่องเสียงคลาสสิคยังคงรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครับ

 

แค่นี้ก่อนละกันเพราะงานเข้าแล้วครับ ไว้นึกอะไรออกจะเข้ามา Edit อีกทีนะครับ ขอบคุณมากที่ได้กรุณาอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ครับผม (เป็นครั้งแรกที่เขียนบทความแล้วมีแต่ตัวหนังสือล้วนๆ แฮะ)

edit @ 15 Jun 2009 11:54:03 by PlaNaRiA

Comment

Comment:

Tweet

บังเอิญแวะมาอ่าน ขอบคุณสำหรับบทความครับ

#4 By (125.24.20.92) on 2010-07-02 13:44

Thank you, I like it.

#3 By Joke (203.156.4.49) on 2009-08-21 23:18

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันๆ

สนุกมากฮะๆ ( สรุปลิลินเป็นนางเอก?? )

ปล.ชอบลูกเตะของเฟริฮะ ^^ 5 55+

#2 By ★Alice'One:)) on 2009-07-28 20:31

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ




^^

#1 By ~Heinze~ on 2009-07-13 18:53