Dantalian no Shoka [Bibliotheca Mystica de Dantalian] (สปอยล์แน่ๆ ครับผม)


หายหน้าหายตาไปจากการรีวิวอนิเมซะปีกว่า (หรือกว่านั้น) พอดีมีเรื่องยุ่งๆ ทั้งเรื่องย้ายงานเอย อะไรเอย (รวมถึงวาไรตี้เกาหลีด้วยล่ะ) ทำให้ไม่มีเวลาและอารมณ์มานั่งดู นั่งเขียนรีวิวสักเท่าไหร่ จริงๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีอนิเมสนุกๆ ที่ได้ดูหลายเรื่องอยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอารมณ์อยากรีวิวแต่ประการใด จนมาวันนี้นี่ละครับ ที่ได้ดูอนิเมที่เพิ่งโหลดเสร็จเมื่อคืน ดูปุ๊บก็นั่งยาวจนจบ Season เลย (ดีที่ Season นี้มีแค่สิบกว่าตอนนะ) แล้วก็เกิดอารมณ์อยากเขียนรีวิวขึ้นมาซะงั้น ^^"


อนิเมเรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า Dantalian no Shoka หรือ Bibliotheca Mystica de Dantalian ครับ เป็นอนิเมกลางเก่ากลางใหม่ ออกมาได้สักปีกว่าแล้ว เป็นอนิเมขนาดสั้น มี 12 ตอนเอง (แต่เชื่อสิว่ามีต่อแน่ๆ เพราะเนื้อเรื่องมันเหมือนเพิ่งขึ้นอินโทรเอง)
ดูจบแล้วนึกถึงเรื่องนักดาบนัยตาเพลิงชานะจังขึ้นมาตะหงิดๆ เลยครับ ถึงการดำเนินเรื่องจะไม่เหมือนกันเลยก็เถอะ เรื่องนี้จะว่าบู๊ล้างผลาญก็คงไม่ ออกเป็นแนวสืบสวนสอบสวน บวกแนวเหนือจริงมากกว่า มีแอคชั่นบ้างพอให้ไม่น่าเบื่อ พระเอกก็ไม่ได้เก่งเทพอะไร นางเอกก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้านต่อสู้ด้วย แต่การดำเนินเรื่องรวมถึงปริศนาที่ซ่อนอยู่นี่ละครับที่ทำให้อดใจไม่ได้ต้องดูรวดเดียวจบ มันก็แปลกอยู่ที่ปกติแล้วผมจะไม่ค่อยนั่งฟังเพลงเปิดอนิเมเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้อดไม่ได้ต้องดูแทบทุกตอนเลย ทั้งๆ ที่เพลงไม่ได้เร้าใจอะไรเลย แถมขัดกับภาพประกอบอย่างแรงด้วย ต้องขอขอบคุณผู้แปลด้วยละครับที่แปลไทยได้ดีมากๆ จนทำให้เข้าใจถึงความหมายที่ทางผู้แต่งตั้งใจสื่อได้ดีจริงๆ เพลงเปิดเข้าใจว่าเป็นภาษาฝรั่งเศส ร้องแบบโอเปร่า ทำนองช้าๆ เนิบๆ ไปเรื่อย แต่เนื้อเพลงมันนี่แบบ บทกวีชัดๆ สละสลวย กินใจจริงๆ
 
 
Dantalian no Shoka เป็นเรื่องที่กล่าวถึงหนังสือมายาที่มีพลังอำนาจในตัว เมื่อตกอยู่ในมือมนุษย์จะส่งผลที่ไม่อาจประมาณได้ทั้งด้านดีหรือร้าย ยกเว้นคนๆ นั้นจะมีความเหมาะสมที่จะใช้งานมันเท่านั้น ทั้งเรื่องวนเวียนอยู่กับหนังสือมายารูปแบบต่างๆ มีทั้งผู้ที่ต้องการใช้มันเพื่อความปรารถนาของตนเอง ผู้ที่ต้องการสร้างหนังสือมายารูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมา ผู้ที่ต้องการเก็บมันเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกไปยังมือของผู้ที่ไม่เหมาะสม หรือแม้กระทั่ง ผู้ที่คิดว่าไม่ควรจะมีหนังสือมายาอยู่บนโลกนี้ และออกเดินทางเพื่อที่จะทำลายมัน
 
 
ฮิวจ์ แอนโธนี่ ดิสวาร์ด (Hugh Anthony Disward) อดีตร้อยโทหนุ่มแห่งกองทัพอากาศ (ระดับได้เหรียญตรากางเขนเหล็ก) ได้รับจดหมายจากปู่ที่ล่วงลับ ให้กลับมายังคฤหาสน์ประจำตระกูล เพื่อรับมรดกเป็นหนังสือจำนวนมาก รวมทั้งเธอผู้นั้น (นางเอกของเรื่องนั่นแหละ)
บทวิจารณ์พระเอก ผมดูอนิเมมาก็มากแล้ว นานๆ จะได้เจอพระเอกที่เป็นผู้เป็นคนที่สุดก็คราวนี้ละครับ อดีตนายทหารที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะคนนี้ มีบุคลิกที่ดูเป็นผู้ดีเก่า IQ และ EQ สูง ไหวพริบดี ฉลาด รอบคอบ ใจเย็น (มาก) ถ้าเทียบกับเรื่องชานะ หมอนี้ก็เป็นซาคาอิ ยูจิ เวอร์ชั่นโตเต็มวัยแล้ว วุฒิภาวะสูงมาก (ทั้งๆ ที่นางเอกเรื่องนี้นิสัยเสียพอๆ กับชานะนั่นแหละ แถมปากเสียกว่าด้วย ก็ยังอุตส่าห์ทนได้) แถมมีฝีมือการต่อสู้ใช้ได้ ยิงปืนแม่นด้วย อดีตของพระเอกที่้เกี่ยวข้องกับโลกแห่งหนังสือจะค่อยๆ เปิดเผยออกมาให้เราได้ดูครับ (แต่ไม่ใช่ในภาคนี้หรอกนะ)
 
 
ดาเลี่ยน (Dalian) ตัวตนที่มีรูปลักษณ์ของเด็กสาวผู้เป็นประตูไปสู่โลกแห่งหนังสือ เป็นผู้ครอบครองและพิทักษ์หนังสือมายากว่าหกแสนเล่ม รอบรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหนังสือมายา ออกเดินทางไปกับพระเอกเพื่อเก็บหนังสือมายาให้พ้นจากผู้ที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้มัน
บทวิจารณ์นางเอก ถ้าคุณเคยดูเนตรเพลิงชานะมาแล้ว ดาเลี่ยนนี่ก็ชานะชัดๆ ละครับ (นอกจากเรื่องต่อสู้เท่านั้น) ครบสูตรตามตำรา เตี้ย แบน ซึนเป๊ะ เอาแต่ใจตัวเอง ขวานผ่าซาก พุดไม่เกรงใจใคร ไม่มีสัมมาคารวะ(เป็นเพราะถือตัวว่าไม่ใช่มนุษย์ อยู่มายาวนานกว่ามนุษย์ด้วย ถึงไม่เกรงใจใคร แม้ว่าจะอาวุโสแค่ไหนก็ตาม) ใจร้อน ปากไม่ตรงกับใจ ซึนเดเระสุดๆ  ชอบใช้กำลังกับพระเอกด้วย อ้อ ที่เหมือนชานะอีกอย่างคือชอบของหวานครับ เห็นแก่กินใช้ได้เลย ^^"
 
 
ในเรื่องนี้พระเอกเป็นคนธรรมดานะครับ ไม่มีความสามารถพิเศษอะไร ดีที่เป็นคนใจเย็น ไหวพริบดี ยิงปืนแม่น จึงเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ไปได้ (แต่ก็เจ็บตัวบ่อยเหมือนกัน) ถ้าเจอเหตุการณ์ที่ไม่สามารถสู้ได้ด้วยกำลังส่วนตัว ดาเลี่ยนก็จะอนุญาตให้พระเอกใช้กุญแจ(ที่ติดตัวพระเอกมาตั้งแต่เริ่มเรื่อง ไม่รู้ว่าไปได้มาตอนไหน) เพื่อเปิดตัวเธอซึ่งเป็นประตูไปสู่โลกแห่งหนังสือต่างมิติ (เดาเลี่ยนเป็นจ้าหญิงแห่งหอสมุดสีดำ)  แล้วหยิบยืมหนังสือมายาที่เหมาะสมมาเพื่อใช้พลังอำนาจของมันได้
 
 
จากที่ดู Season แรกจบไป เจ้าหญิงแห่งหอสมุดมายา จะมีด้วยกันสามคน คือสีขาว(Flamberge) สีดำ(Dalian)  และสีแดง(Rasiel) ดาเลี่ยนนั่นอยู่กับพระเอก ค่อยตามเก็บหนังสือจากมือผู้ที่ไม่เหมาะสม ส่วนเฟลมเบิร์ก(ยัยนี่ก็ปากเสีย แก่นกระโหลก) อยู่กับผู้เผาหนังสือ ออกเดินทางเพื่อทำลายหนังสือมายาให้สิ้นไปจากโลกนี้ มีหน้าที่ดึงหนังสือมายามาให้ผู้ถือกุญแจเอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอาวุธที่ใช้เผาหนังสือมายา(ฝ่ายนี้จะอยู่กลางๆ ไม่เชิงเป็นพันธมิตรพระเอก แต่แอบช่วยอยู่เหมือนกัน ที่แน่ๆ เป็นฝ่ายตรงข้ามกับสีแดงนั่นแหละ) ราเชล(โจทย์เก่าดาเลี่ยน
นิสัยก็พอกันแต่โฉดกว่า)ไปอยู่กับผู้ร้ายของเรื่องครับ คอยสร้างหนังสือมายาใหม่ๆ ใช้หนังสือมายาทำเรื่องเลวร้ายต่างๆ นานาโดยมีวัตถุประสงค์ส่วนตัวแฝงอยู่
 
 
เนื้อเรื่องจะเริ่มจากพระเอกได้รับจดหมายจากเจ้าคุณปู่ให้กลับมายังคฤหาสน์ที่เก็บหนังสือจำนวนมากเอาไว้ (เจ้าคุณปู่คลั่งหนังสือมาก ขนาดยอมทุ่มสมบัติครึ่งหนึ่งเพื่อซื้อหนังสือหายากเลย แต่มาถูกโจรฆ่าตายซะงั้น จริงๆ จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าไม่รู้) กลับมาเจอนางเอกนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องเก็บหนังสือใต้ดิน แล้วก็ได้ทำสัญญากับ จนเป็นผู้ถือกุญแจหอสมุดสีดำ (โลกแห่งน้ำเต้า) แล้วก็ได้ร่วมมือกันไขปริศนาคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากน้ำมือผู้ใช้หนังสือมายา จนกระทั่งมาเผชิญหน้ากับผู้ถือครองกุญแจหอสมุดสีแดง เสี่ยงตายหนีเอาตัวรอดมาได้ เพราะมีผู้เผาหนังสือมาช่วย แล้วก็จบภาคไปเสียอย่างนั้น โดยที่ยังไม่เคลียร์ปริศนาอะไรเลยว่าแต่คนไปยังไงมายังไง เหล่าเจ้าหญิงแห่งหอสมุดคือใคร มีที่มาจากไหน พระเอกได้กุญแจมายังไง ตอนเด็กๆ พระเอกเคยเข้าไปในโลกแห่งหนังสือ ไปเจอหญิงสาวในโลกแห่งหนังสือได้ยังไง หญิงสาวคนนั้นคือใคร ก็ยังไม่มีคำตอบ)ตัวละครหลักก็อยู่กันครบด้วย นี่มันจบแบบมีต่อชัดๆ จบได้ค้างคากว่าชานะภาคหนึ่งด้วยซ้ำไป -*-
 
 
แต่ถึงจะจบได้ค้างคาใจสุดๆ แต่เรื่องนี้ก็มีจุดดีตรงที่ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม จังหวะการเล่าเรื่องดี ปริศนาระหว่างตอนก็น่าสนใจดี ภาพสวยมาก(เหมือนเอาภาพถ่ายจริงมาทำเป็นภาพวาดแบ็คกราวน์เลย) เพลงเปิดเพราะ (เนื้อร้องเป็นบทกวีที่สละสลวยมาก) แต่เพลงปิดติดหลอนไปหน่อยนะ -"-
ปริศนาหลักๆ ในเรื่องดูน่าติดตามจริงๆ  คือถ้าคุณชอบการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวน เหนือจริง มีปริศนาให้ติดตาม หรือชอบตัวเอกเตี้ยแบนซึน (แต่ผมไม่ชอบเลยแฮะ -*- พระเอกมันพระอิฐพระปูนชัดๆ  รับมือสาวกวนส้นตึกขนาดนี้ได้ยังไง)  ลองไปหามารับชมกันครับ แค่ 12 ตอนเอง ^^

edit @ 1 May 2012 20:26:44 by PlaNaRiA

คนขุดสุสาน

ประเภท นวนิยายจีนแปล ไม่โบราญ ไม่กำลังภายใน และไม่ใช่ยุคปัจจุบันด้วย (ช่วงเวลาในเรื่องเป็นยุคหลังปฏิวัติประชาชน)
แนว ผจญภัย ลึกลับ แอคชั่น อิงประวัติศาสตร์บ้าง(อ้างถึง แต่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์)
ตัวละครหลัก หูปาอี้  , พั่งจื่อ , เชอร์รี่ หยาง

เรื่องย่อ/ที่มา
พระเอกของเรื่อง กระทาชายชาวจีนนามว่าหูปาอี้ ผู้ซึ่งได้มรดกสุดแสนจะน้อยนิดจากเจ้าคุณปู่เป็นหนังสือโบราญครึ่งเล่ม ชื่อว่า "ตำราฮวงจุ้ยหยินหยางสิบหกอักษร" (ส่วนหยินหยางถูกฉีกทิ้งไปแล้ว เหลือแต่ส่วนดูฮวงจุ้ย ซึ่งไม่ใช่ดูฮวงจุ้ยบ้านๆ ทั่วไปด้วย แต่เป็นการดูฮวงจุ้ยดวงดาว) 
ชายหนุ่ม(วัยสามสิบกว่าๆ) ผู้ซึ่งศรัทธาในท่านประธานเหมายิ่งชีวิตผู้นี้ เคยเข้าร่วมกองกำลังปฏิวัติ เป็นทหารชั้นนายกอง ต่อมาสติแตกทำเรื่องผิดพลาดเลยต้องระเห็ดออกมาเป็นคนธรรมดา หาเช้ากินค่ำไปวันๆ กับพั่งจื่อเพื่อนตายที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากไม่มีความรู้อะไรนอกจากเรื่องปฏิวัติมาร์กซิส กับเรื่องในตำราครึ่งเล่มที่ได้มรดกมานั่นแหละ ทางเดียวในการหาเลี้ยงชีพ ก็คือการขุดหาสุสานโบราญของราชวงศ์ต่างๆ เพื่อเอาสมบัติมาขายกิน -*- ทั้งหมดนั่นเป็นที่มาของเรื่องนี้นั่นแหละครับ

แล้วเรื่องนี้มันจะน่าสนใจยังไงล่ะ

คืออย่างนี้ครับ การขุดสุสาเนี่ย หลักๆ มันก็มีไม่่กี่วิธี ที่นิยมกันก็คือใช้กำลังเข้าว่า หาตำแหน่งสุสาน แล้วเกณฑ์คนไปขุด วิธีนี้เหมาะกับฝั่งรัฐบาล/ทหาร เพราะคนเยอะ เกณฑ์ไปเสี่ยงตายได้ ไม่ก็พวกโจรสุสาน ลงไปลุ้นเสี่ยงภัยเอา ส่วนพระเอกเรานี่ เป็นอีกแบบหนึ่งคือพวกที่สืบวิชาขุดสุสานมา สามารถดูฮวงจุ้ยดวงดาวได้ว่าทำเลไหนฮวงจุัยดี เหมาะกับการทำสุสาน  พวกที่เก่งๆ (แน่ละว่าไม่ใช่พระเอกเรา) จะรู้วิธีเข้า ทางลับต่างๆ เพื่อจะลงไปเอาสมบัติได้
แน่นอนละครับ ว่าสุสาน ไม่ได้ทำเอาไว้ให้ขุด ยิ่งสุสานพวกกษัตริย์ ราชวงศ์ต่างๆ  ย่อมจะมีการจัดเต็มทุกรูปแบบเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครไปรบกวน กับดักเอย ค่ายกลเอย สิ่งมีพิษภัยอะไรสารพัดที่จะพึงหาได้ก็จะถูกจับมาใส่ๆ ไว้เต็มไปหมด ดังนั้น คนที่จะลงไปขุด ถ้าไม่มีฝีมือและดวงไม่แข็งจริงๆ โอกาสรอดออกมาได้แทบจะไม่มี ถ้าเป็นประเภทพวกเยอะก็ไม่ว่ากัน ตายได้ตายไป คนที่รอดก็เข้าไปขุดมาได้อยู่ดี แต่พวกที่พกแต่ฝีมือ(ซึ่งไม่ค่อยมี) ความรู้(ตามทฤษฎีล้วนๆ จากหนังสือครึ่งเล่มนั่นแหละ) กับดวงล้วนๆ อย่างพวกพระเอกนั้น จะใช้วิธีไหนถึงจะเข้าไปเอาสมบัติมาได้ ไม่สิ จะใช้วิธีไหน ถึงจะเอาตัวรอดมาได้มากกว่า ^^"

คืออย่างนี้นะครับ เรื่องนี้มันก็แนวๆ เพชรพระอุมานั่นแหละ ไม่ใช่นิยายจีนกำลังภายในแต่อย่างใด(ไม่มีเลยสักกะนิด พระเอกไม่มีวิทยายุทธ มีแต่โกยตีนหมาท่าเดียว) เพียงแต่อิตาหูปาอี้นี่ไม่ใช่รพินทร์ ไพรวัลย์เท่านั้น ถึงเป็นทหารเหมือนกัน ก็เป็นแค่นายกองเล็กๆ ไม่ได้จบนอก พูดภาษาอื่นนอกจากภาษาจีนก็ไม่ได้  ยิ่งปืนก็ไม่ได้แม่นเทพอะไร (แต่อิตาพั๊งจื่อนั่นแม่นนะ) ทั้งใจร้อน มุทะลุ วิชาเดินป่าอะไรก็ไม่มี วิชาสายขุดสุสานอะไรก็ไม่มี  คาถาอาคมก็ไม่มี คือไปเสี่ยงภัยด้วยใจล้วนๆ เลยครับ ไปตายเอาดาบหน้าอย่างเดียว ดีอย่างเดียวคือวิชาที่ได้จากตำราครึ่งเล่มนั่นเทพมาก (ถ้ามีครบเล่มนั่นเป็นสุดยอดคัมภีร์ได้เลย) ระดับที่ว่าทำเอาวิชาดูฮวงจุ้ยทั่วไปเป็นวิชาชั้นอนุบาลไปเลย  อ้อ ข้อดีของหูปาอี้คือมีความเป็นผู้นำ มีความกล้า มีน้ำใจ และมีมนุษยธรรมใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนอิตาพั่งจื่อเพื่อนซี้นั่นก็เป็นชายอ้วนเถื่อนคนหนึ่ง ไม่ได้หล่อเทพอย่างแงซายแต่ประการใด อาศัยแค่แรงกาย มันสมองอันน้อยนิดและฝีมือแม่นปืนขั้นเทพกับความโหดเข้าช่วยเท่านั้น (นิยามของอิตานี่คือโหด เถื่อน โลภครับ แต่ลึกๆ หมอนี่มีน้ำใจและรักเพื่อนมากนะครับ) เชอร์รี่ หยาง สาวจีนสัญชาติมะกันนั่นดูจะใกล้เคียงคุณหญิงดารินทร์หน่อย ตรงที่สวย ฉลาด การศึกษาสูง (รอบรู้กว้างขวางด้วย) ยิงปืนแม่นและเอาตัวรอดได้ดี อ่อนโยน มีน้ำใจ (ติดจะใจอ่อนไปนิด ถ้าเทียบกับขาโหดอย่างสองคนนั่น) แถมดีตรงไม่ติดนิสัยหญิงมาก ไม่ค่อยใช้อารมณ์ พูดคุยรู้เรื่อง คือเป็นตัวละครที่ดูดีที่สุดในท้องเรื่องแล้วครับ ตัวละครประกอบอื่นๆ ในเรื่องนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ (นอกจากต้าจิ๊นหยา ที่เป็นพ่อค้าหน้าเลือดเพื่อนพระเอกแล้ว คนอื่นไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่ครับ อิตาต้าจิ๊นหยานี่ก็โอเคอยู่นะครับ  ถึงจะทำอะไรไม่ค่อยได้ เป็นพ่อค้าหน้าเลือดโลภมาก แต่ก็มีความรู้ด้านดูของเก่ง แล้วก็จริงใจกับเพื่อนใช้ได้อยู่) ขออนุญาตไม่กล่าวถึงละกัน

เนื้อเรื่องหลักๆ (สปอยล์)
 
ก็คือ (เล่ม 1) หูปาอี้กับพั่งจื่อ รับอาสาไปขุดสุสานโบราญที่กลางทะเลทรายให้กับทางคณะสำรวจโบราญคดี ซึ่งมีเชอรี่ หยางเป็นคนออกทุน และเดินทางไปด้วย (เพราะพ่อเธอเคยออกเดินทางไปทะเลทรายนั่น และหายสาบสูญไป เธอเลยจะไปตามหาพ่อด้วย) 
การเดินทางครั้งนั้นจบลงโดยคนในคณะเดินทางล้มตายลงเกือบหมด ศาสตราจารย์หัวหน้าคณะเป็นบ้า หูปาอี้ พั่งจื่อและเชอร์รี่หยางติดคำสาปร้ายแรงมาจากสุสานโบราญ ทั้งสามเลยจำเป็นต้องออกเดินทางเพื่อหาสมบัติลับในสุสานโบราญอื่นเพื่อแก้คำสาป (เล่ม 3)  และออกเดินทางไปยังอาณาจักรลึกลับโบราญที่ล่มสลายไปแล้ว ไปยังจุดกำเนิดของคำสาปนั้น เพื่อไปลบล้างมัน (เล่ม 4)

จุดเด่นของนิยายเรื่องนี้ คือมันเป็นนิยายจีนที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์จีนโบราญครับ เนื้อเรื่องจึงมีความลึกและมีรายละเอียดมากมาย เพราะจีนมีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นชาติที่ประกอบด้วยชนเผ่าจำนวนมาก แต่ละชนเผ่ามีวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อและประวัติศาสตร์ของตัวเอง จึงมีเรื่องให้เล่นเยอะ รายละเอียดเยอะและสมจริงมาก เรื่องความเชื่อ เรื่องลี้ลับก็มีเยอะ เนื่องจากมันลึก มันสมจริง มันเลยหลอนกว่าเรื่องแต่งทั่วไปน่ะครับ -"- พลอยทำให้เรื่องนี้อ่านสนุกกว่านิยายแนวผจญภัยอื่นๆ ไปด้วย เพราะมันมีความจริงเป็นพื้นฐานรองรับอยู่  แต่มันก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวครับ
เนื่องจากเรื่องมันอ้างถึงประวัติศาสตร์จีน ที่ทั้งกว้างและลึก ทั้งยาวนานและมีรายละเอียดมาก ทำให้เข้าใจยาก โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ชอบเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศัพท์หลายๆคำ ถึงแปลเป็นไทยแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี -*- เรื่องมันมีความเป็นจีนมากๆ จนสัมผัสได้ถึงความคิดความเชื่อของคนในยุคปฏิวัติประชาชนได้เลย ถ้าคุณชอบนิยายจีนที่มีความเป็นจีนแท้ๆ มากกว่านิยายกำลังภายในทั่วไป ถือว่าเข้าทางครับ แต่ถ้าไม่ได้ชอบประวัติศาสตร์ จะอ่านเอามันเอาสนุกอย่างเดียว ก็ยังถือว่าใช้ได้อยู่นะครับ

นิยายเรื่องนี้จะแบ่งเป็นสามส่วนหลักๆ คือ


ช่วงแรกจะกล่าวถึงประวัติพระเอก เป็นการผจญภัยช่วงสั้นๆ พอเป็นกระสัย มีการขุดสุสานครั้งแรกๆ ที่เป็นการลองวิชา ฝึกฝนไปในตัว แต่ก็ตื่นเต้นระทึกใจดีทีเดียว เนื้อหาหลักจะเริ่มขึ้นตอนไปขุดสุสานกลางทะเลทรายนั่นแหละครับ (ครึ่งหลังเล่ม 1)

 
เล่มสองจะยังไม่มีอะไรมาก ช่วงแรกเป็นการขุดสุสานกับเพื่อนๆ กันเองก่อน ก็ยังถือว่าไม่เท่าไหร่ ครึ่งเล่มหลังจะเป็นการเล่าถึงที่มาของคำสาป กับประวัติของเชอร์รี่ หยาง ท้ายเล่มสองถึงจะเป็นชนวนไปยังเล่มสามที่ผมถือว่าเป็นเล่มที่ท้อปฟอร์มที่สุดแล้ว

 
คนขุดสุสานจะถือว่าเป็นนิยายผจญภัยระดับดีเรื่องหนึ่งเท่านั้น ถ้าไม่นับรวมเล่มสาม เพราะเล่มสามนี่แหละเป็นมาสเตอร์พีชของนิยายเรื่องนี้ครับ พออ่านเล่มสามนี่จบผมนับนิยายเรื่องนี้เป็นนิยายผจญภัยอันดับต้นๆ ที่เคยอ่านมาในชีวิตเลย  คือมันลี้ลับ มันหลอน มันลึกลับซับซ้อน สะเทือนขวัญ สะเทือนใจ(จริงๆนะ) แล้วก็ตื่นเต้นเร้าใจตั้งแต่ต้นยันจบเล่มเลยล่ะครับ ความมันระดับอินเดียน่าโจนส์สามภาคแรกรวมกันเลย คือท่ามกลางความมัน ตื่นเต้นเร้าใจ มันยังมีเรื่องราวสอดแทรกอยู่ ทั้งความรู้ ประวัติศาสตร์ ความลี้ลับ สยองขวัญ สะเทือนใจ (ผมว่ามันหนักไปทางสะเทือนใจมากกว่าหลอนด้วยซ้ำ)  ยิ่งกว่านั้นยังสอดแทรกมิตรภาพเอาไว้ด้วย (แปลกที่นิยายเรื่องนี้แทบไม่สอดแทรกความรักระหว่างหนุ่มสาวไว้เลย จะมีบ้างก็เล่มจบ แต่กลิ่นอายมันก็อ่อนจางมาก เรียกว่าแทบไม่มีเลยดีกว่า แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความสนุกสนานเร้าใจลงแต่ประการใดครับ)


 
เล่มสี่ที่เป็นเล่มจบจะกล่าวถึงการเดินทางไปยังดินแดนลึกลับที่ล่มสลายในอดีต ไปเพื่อลบล้างคำสาป เนื้อเรื่องจะดำเนินต่อเนื่องไปตั้งแต่ต้นจนจบ เล่มนี้อาจไม่เร้าใจ ไม่หลอนเท่าเล่มสาม แต่เรื่องความลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนไม่ได้ด้อยกว่าเท่าไหร่ แต่เนื่องจากเป็นการผจญภัยแบบมีตัวถ่วงความเจริญไปด้วย (ไม่ได้ไปกันแค่สามคนเหมือนเล่มสาม) เลยไม่ค่อยต่อเนื่องเท่า ปริศนาต่างๆ จะถูกเฉลยในเล่มนี้แล้ว โดยรวมถือว่าสนุกตื่นเต้นเร้าใจดี(ดีกว่าสองเล่มแรก)  และจบได้ดีครับ เป็นบทสรุปตามมาตรฐานที่เป็นที่พอใจของผู้ที่ติดตามอ่านทีเดียว

โดยรวมแล้ว ถือเป็นนิยายผจญภัยร่วมสมัยที่สนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ สอดแทรกความรู้ เรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้ลงตัวทีเดียวครับ (เทียบกับนิยายจีนทีอ่านก่อนหน้าอย่างจอมอาคมผจญศึกอะไรนั่น ผมให้คะแนนเรื่องนี้มากกว่านะ) ถือเป็นนิยายจีนแนวผจญภัยที่หาอ่านได้ยากเรื่องหนึ่งเลยครับ
(เพราะส่วนหนึ่งไม่ค่อยมีแปลออกมาด้วยละ ไปแปลนยายญี่ปุ่น เกาหลีออกมาซะมากกว่า)

ถ้าคุณคิดว่านิยายจีนมีแต่แนวกำลังภายใน บู๊ล้างผลาญ เหนือจริง ลองอ่านเรื่องนี้ดูนะครับ คุณอาจจะชอบจนวางไม่ลงแบบผมก็ได้

edit @ 30 Apr 2012 15:32:31 by PlaNaRiA